ส่วนผสมของหมูปิ้งทรงเครื่อง
- เนื้อหมูติดมันแล่เป็นชิ้นบาง 1 กิโลกรัม
- กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
- รากผักชี 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๋วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ หมูปิ้งทรงเครื่อง
1.โขลกกระเทียม พริกไทบเม็ด และรากผักชีให้ละเอียด
2.ผสมซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ซีอิ๋วขาว และเครื่องที่โขลกไว้ในข้อ 1 ผสมให้เข้ากัน
3.นำหมูที่แล่แล้วลงหมักอย่างน้อย 1/2 ชั่วโมง จึงนำไปเสียบไม้ย่างบนไปแรงปานกลางจนหมูสุกทั้งสองด้าน

สูตรอาหาร : หมูปิ้งทรงเครื่อง



ส่วนผสมของหมูปิ้งทรงเครื่อง
- เนื้อหมูติดมันแล่เป็นชิ้นบาง 1 กิโลกรัม
- กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
- รากผักชี 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๋วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ หมูปิ้งทรงเครื่อง
1.โขลกกระเทียม พริกไทบเม็ด และรากผักชีให้ละเอียด
2.ผสมซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ซีอิ๋วขาว และเครื่องที่โขลกไว้ในข้อ 1 ผสมให้เข้ากัน
3.นำหมูที่แล่แล้วลงหมักอย่างน้อย 1/2 ชั่วโมง จึงนำไปเสียบไม้ย่างบนไปแรงปานกลางจนหมูสุกทั้งสองด้าน

ส่วนผสมของหมูสะเต๊ะ
- เนื้อหมูสันนอก 1 กิโลกรัม
- ลูกผักชีคั่ว 1 1/2 ช้อนชา
- ยี่หร่าคั่ว 1 1/2 ช้อนชา
- ตะไคร้หั่น 3 ช้อนโต๊ะ
- ข่าหั่น 1 ช้อนชา
- ผัวมะกรูด 1/2 ช้อชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นหวาน 6 ช้อนโต๊ะ
- ผงขมิ้น 2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
- เนยสดละลาย 3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำหมูสะเต๊ะ
1.ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นยาวๆขนาด 1*4 นิ้ว พักไว้
2.โขลกลูกผักชี ยี่หร่าคั่ว ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และเกลือป่น ผสมลงในเนื้อหมู ใส่นมข้นหวาน น้ำตาลทราย ผงขมิ่น น้ำมันพืช และเนยสด เคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 1-2 ชั่วโมง

ส่วนผสมน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 10 เม็ด
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- ข่าหั่น 2 ช้อนชา
- ตะไคร้ 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
- รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงปอกเปลือก 30 กรัม
- กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
- กะปิ 2 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียกคั้นข้น 1/2 ถ้วยตวง
- ถั่วลิสงคั่วป่น 1 ถ้วยตวง
- กะทิคั้นข้นๆ 4 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพริก (สำหรับโรยหน้า)

วิธีทำน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
1.โขลกพริกแห้งและเกลือป่นพอหยาบ ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี หอมแดง กระเทียม กะปิ ให้ละเอียด
2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่น้ำพริกลงผัดจนหอม ค่อยๆใส่กะทิ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บและน้ำมะขาม ใส่ถั่วลิสง ชิมรส ยกลง
3.ใส่น้ำมันพริกลอยหน้า

ส่วนผสมอาจาดของหมูสะเต๊ะ
- น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วยตวง
- หอมแดง
- แตงกวา
- พริกชี้ฟ้าสีเหลืองและแดง

วิธีทำอาจาด ของหมูสะเต๊ะ
ผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำเปล่า นำขึ้นตั้งไฟ พักไว้ให้เย็น ใส่แตงกวา หอมแดง และพริกชี้ฟ้า จัดเสิร์ฟคู่หมูสะเต๊ะ

สูตรอาหาร : หมูสะเต๊ะ


ส่วนผสมของหมูสะเต๊ะ
- เนื้อหมูสันนอก 1 กิโลกรัม
- ลูกผักชีคั่ว 1 1/2 ช้อนชา
- ยี่หร่าคั่ว 1 1/2 ช้อนชา
- ตะไคร้หั่น 3 ช้อนโต๊ะ
- ข่าหั่น 1 ช้อนชา
- ผัวมะกรูด 1/2 ช้อชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นหวาน 6 ช้อนโต๊ะ
- ผงขมิ้น 2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
- เนยสดละลาย 3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำหมูสะเต๊ะ
1.ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นยาวๆขนาด 1*4 นิ้ว พักไว้
2.โขลกลูกผักชี ยี่หร่าคั่ว ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และเกลือป่น ผสมลงในเนื้อหมู ใส่นมข้นหวาน น้ำตาลทราย ผงขมิ่น น้ำมันพืช และเนยสด เคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 1-2 ชั่วโมง

ส่วนผสมน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 10 เม็ด
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- ข่าหั่น 2 ช้อนชา
- ตะไคร้ 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
- รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงปอกเปลือก 30 กรัม
- กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
- กะปิ 2 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียกคั้นข้น 1/2 ถ้วยตวง
- ถั่วลิสงคั่วป่น 1 ถ้วยตวง
- กะทิคั้นข้นๆ 4 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพริก (สำหรับโรยหน้า)

วิธีทำน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
1.โขลกพริกแห้งและเกลือป่นพอหยาบ ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี หอมแดง กระเทียม กะปิ ให้ละเอียด
2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่น้ำพริกลงผัดจนหอม ค่อยๆใส่กะทิ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บและน้ำมะขาม ใส่ถั่วลิสง ชิมรส ยกลง
3.ใส่น้ำมันพริกลอยหน้า

ส่วนผสมอาจาดของหมูสะเต๊ะ
- น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วยตวง
- หอมแดง
- แตงกวา
- พริกชี้ฟ้าสีเหลืองและแดง

วิธีทำอาจาด ของหมูสะเต๊ะ
ผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำเปล่า นำขึ้นตั้งไฟ พักไว้ให้เย็น ใส่แตงกวา หอมแดง และพริกชี้ฟ้า จัดเสิร์ฟคู่หมูสะเต๊ะ



ส่วนผสมแป้งของหอยทอด
- แป้งมันสำปะหลังอย่างดีหรือแป้งเท้ายายม่อม 3/4 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเจ้าอย่างดี 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมของหอยทอด
- หอยแมลงภู่ 1 ถ้วยตวง
- ถั่วงอก 1 1/2 ถ้วยตวง
- ต้นหอม 3 ต้น
- ผักชี 1 ต้น
- น้ำปลา 1 ข้อนโต๊ะ
- หอมแดงและกระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่เป็ด 3 ฟอง
- พริกชี้ฟ้าสีเขียวสีแดง 3 เม็ด
- น้ำส้มสายชู 2 ช้อนดต๊ะ
- ซอสพริก 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
- พริกไทยป่นเล็กน้อย

วิธีทำหอยทอด
1.ล้างหอยแมลงภู่ ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ
2.ผสมน้ำส้มสายชูกับพริกสด เตรียมไว้
3.ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน เติมน้ำเปล่าคนให้ละลาย แล้วกรองเอาขี้ผงออก พักไว้
4.ตั้งกระทะแบนใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโตีะพอร้อนเอาต้นหอมหั่นผอยๆ ใส่แป้งคนให้เข้ากัน อย่าให้นอนก้น หยิบหอยประมาณ 1 ใน 3 ส่วน ใส่ในแป้งแล้วเทบนกระทะ เติมแป้งอีกนิดหน่อยพอทั่วหอย ต่อยไข่เป็ดใส่ลงไป เอาตะหลิวเกลี่ยให้เต็มแผ่น ตักน้ำมันแล้วโรยบนแผ่นแป้งให้ทั่ว พอแป้งเริ่มเหลืองที่ขอบ ก็กลับอีกด้านลง พอเหลืองทั้งสองด้านใช้ตะหลิวตักไว้ริมกระทะ เติมน้ำมันพืชอีก เล็กน้อย เอาหอมแดงและกระเทียมใส่ลงไป 1 ช้อนชา พอมีกลิ่นหอมใส่ถั่วงอก ตักขึ้นใส่จาน โรยพริกไทยป่น ต้นหอมผักชีหั่น รับประทานกับน้ำส้มพริกดอง และซอสพริก

หมายเหตุ
- ส่วนนี้ทอดได้ประมาณ 3 จาน

สูตรอาหาร : หอยทอด



ส่วนผสมแป้งของหอยทอด
- แป้งมันสำปะหลังอย่างดีหรือแป้งเท้ายายม่อม 3/4 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเจ้าอย่างดี 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมของหอยทอด
- หอยแมลงภู่ 1 ถ้วยตวง
- ถั่วงอก 1 1/2 ถ้วยตวง
- ต้นหอม 3 ต้น
- ผักชี 1 ต้น
- น้ำปลา 1 ข้อนโต๊ะ
- หอมแดงและกระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่เป็ด 3 ฟอง
- พริกชี้ฟ้าสีเขียวสีแดง 3 เม็ด
- น้ำส้มสายชู 2 ช้อนดต๊ะ
- ซอสพริก 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
- พริกไทยป่นเล็กน้อย

วิธีทำหอยทอด
1.ล้างหอยแมลงภู่ ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ
2.ผสมน้ำส้มสายชูกับพริกสด เตรียมไว้
3.ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน เติมน้ำเปล่าคนให้ละลาย แล้วกรองเอาขี้ผงออก พักไว้
4.ตั้งกระทะแบนใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโตีะพอร้อนเอาต้นหอมหั่นผอยๆ ใส่แป้งคนให้เข้ากัน อย่าให้นอนก้น หยิบหอยประมาณ 1 ใน 3 ส่วน ใส่ในแป้งแล้วเทบนกระทะ เติมแป้งอีกนิดหน่อยพอทั่วหอย ต่อยไข่เป็ดใส่ลงไป เอาตะหลิวเกลี่ยให้เต็มแผ่น ตักน้ำมันแล้วโรยบนแผ่นแป้งให้ทั่ว พอแป้งเริ่มเหลืองที่ขอบ ก็กลับอีกด้านลง พอเหลืองทั้งสองด้านใช้ตะหลิวตักไว้ริมกระทะ เติมน้ำมันพืชอีก เล็กน้อย เอาหอมแดงและกระเทียมใส่ลงไป 1 ช้อนชา พอมีกลิ่นหอมใส่ถั่วงอก ตักขึ้นใส่จาน โรยพริกไทยป่น ต้นหอมผักชีหั่น รับประทานกับน้ำส้มพริกดอง และซอสพริก

หมายเหตุ
- ส่วนนี้ทอดได้ประมาณ 3 จาน

ส่วนผสมของสุกี้น้ำ
- เนื้อหมูหมัก 50 กรัม (เนื้อหมู 300 กรัม พริกไทยป่น เกลือป่น และซีอิ๊วขาว อย่างละ 1 ช้อนชา น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง)
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- ผักบุ้งจีน 30 กรัม
- ผักกาดขาว 70 กรัม
- ต้นหอม 15 กรัม
- ขึ้นฉ่าาย 15 กรัม
- น้ำซุป 300 มิลลิลิตร
- น้ำจิ้มสุกี้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำสุกี้น้ำ
1.นำเนื้อหมูมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปหมักกับเกลือป่น พริกไทยป่น ซีอิ๋วขาว และไข่ไก่ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเติมน้ำมันพืชลงไปหมักต่ออีก 30 นาที
2.ตัดวุ้นเส้นที่แช่น้ำ ให้สั่นเพื่อให้สพดวกต่อการ รับประทาน และหั่นผักต่างๆ ให้มีขนาดพอดีคำเตรียมไว้
3.ตั้งน้ำซุปให้เดือด ตอกไข่ไก่ลงในหม้อ เมื่อน้ำเดือดอีกครั้ง จึงใส่หมูหมักลงไป ตามด้วยผักและวุ้นเส้น ปรุงรสด้วยน้ำจิ้มสุกี้ รอให้ผักสุกและส่วนผสมเดือด อีกครั้ง ก็เป็นอันเสร็จ
4.ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสุกี้

ส่วนผสมของน้ำจิ้มสุกี้
- ซอสพริกชนิกเผ็ดกลาง 1 ถ้วยตวง
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนโตีะ
- น้ำตาลทราย 2 ข้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูสับละเอียด 2 ช้อนชา
- ผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้มสุกี้
1.ผสมซอสพริก ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย น้ำเปล่า และเกลือป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงนำไปตั้งไฟ จนน้ำตาลและเกลือป่นละลาย
2.ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำมันงาและน้ำมะนาว คนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
3.ใส่งาขาวคั่ว กระเทียม พริกขี้หนูและผักชี ซอยลงในส่วนผสมน้ำจิ้ม และคนให้เข้ากันอีกครั้งเป้นอันเสร็จ

หมายเหตุ
- นอกจากการใช้เนื้อสันหมูแล้ว ยังสามารถใช้เนื้อสัตว์ขนิกอื่น เช่นไก่ และเนื้อวัว ซึ้งใช้วิธีหมักแบบเดียวกัน
- ถ้าหากต้องการทำเป็นสุกี้มะเล ก็สามารถทำได้โดยการนำอาหารต่างๆ อาทิเช่น กุ้งหรือปลาหมึก ไปใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องหมักเหมือนเนื้อหมู

สูตรอาหาร : สุกี้น้ำ


ส่วนผสมของสุกี้น้ำ
- เนื้อหมูหมัก 50 กรัม (เนื้อหมู 300 กรัม พริกไทยป่น เกลือป่น และซีอิ๊วขาว อย่างละ 1 ช้อนชา น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง)
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- ผักบุ้งจีน 30 กรัม
- ผักกาดขาว 70 กรัม
- ต้นหอม 15 กรัม
- ขึ้นฉ่าาย 15 กรัม
- น้ำซุป 300 มิลลิลิตร
- น้ำจิ้มสุกี้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำสุกี้น้ำ
1.นำเนื้อหมูมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปหมักกับเกลือป่น พริกไทยป่น ซีอิ๋วขาว และไข่ไก่ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเติมน้ำมันพืชลงไปหมักต่ออีก 30 นาที
2.ตัดวุ้นเส้นที่แช่น้ำ ให้สั่นเพื่อให้สพดวกต่อการ รับประทาน และหั่นผักต่างๆ ให้มีขนาดพอดีคำเตรียมไว้
3.ตั้งน้ำซุปให้เดือด ตอกไข่ไก่ลงในหม้อ เมื่อน้ำเดือดอีกครั้ง จึงใส่หมูหมักลงไป ตามด้วยผักและวุ้นเส้น ปรุงรสด้วยน้ำจิ้มสุกี้ รอให้ผักสุกและส่วนผสมเดือด อีกครั้ง ก็เป็นอันเสร็จ
4.ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสุกี้

ส่วนผสมของน้ำจิ้มสุกี้
- ซอสพริกชนิกเผ็ดกลาง 1 ถ้วยตวง
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนโตีะ
- น้ำตาลทราย 2 ข้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูสับละเอียด 2 ช้อนชา
- ผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้มสุกี้
1.ผสมซอสพริก ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย น้ำเปล่า และเกลือป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงนำไปตั้งไฟ จนน้ำตาลและเกลือป่นละลาย
2.ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำมันงาและน้ำมะนาว คนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
3.ใส่งาขาวคั่ว กระเทียม พริกขี้หนูและผักชี ซอยลงในส่วนผสมน้ำจิ้ม และคนให้เข้ากันอีกครั้งเป้นอันเสร็จ

หมายเหตุ
- นอกจากการใช้เนื้อสันหมูแล้ว ยังสามารถใช้เนื้อสัตว์ขนิกอื่น เช่นไก่ และเนื้อวัว ซึ้งใช้วิธีหมักแบบเดียวกัน
- ถ้าหากต้องการทำเป็นสุกี้มะเล ก็สามารถทำได้โดยการนำอาหารต่างๆ อาทิเช่น กุ้งหรือปลาหมึก ไปใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องหมักเหมือนเนื้อหมู
ไส้กรอกอีสาน


ส่วนผสมของไส้กรอกอีสาน
- สันคอหมู 250 กรัม
- มันหมูแข็ง 125 กรัม
- เหลือป่น 1 ช้อนชา
- ผงชูรส 1 1/4 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 30 กรัม
- ข้างหุงสุก 70 กรัม
- ฟอสเฟตเล็กน้อย
- ไส้หมูที่ขูดแล้ว เกลือป่น แป้งมันสำปะหลัง น้ำส้มสายชู (สำหรับล้างไส้)

วิธีทำไส้กรอกอีสาน
1.ล้างไส้หมูแล้วใช้ช้อนขูดจนเหลือไส้ยางๆ กลับข้างในออกมาข้างนอก ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ขยำเกลือป่น แป้งมันสำปะหลังและน้ำส้มสายชูตามลำดับ ล้างให้สะาดแล้วกลับด้านนอกเหมือนเดิม
2.บดสันคอหมูพอหยาบ บดมันหมูแข็งพอหยาบ แช่เย็นไว้
3.นวดสันคอหมูบดกับเกลือป่น ผงชูรส น้ำตาลทราย และฟอสเฟต นวดนานประมาณ 10 นาที จนเหนียว จึงเติมมันหมูและนวดให้ทั่ว
4.เติมข้าวหุงสุกและกระเทียม นวดให้เข้ากัน
5.บรรจุส่วนผสมใส่ในไส้หมู ใช้เข็มแทงไล่อากาศ เอาเชือกผูกเป็นปล้องๆ ขนาดเท่าๆกัน
6.แขวนไส้ผึ่งไว้ 2 วันจนมีรสเปลี่ยนบรรจุใส่ตู้เย็น

สูตรอาหาร : ไส้กรอกอีสาน

ไส้กรอกอีสาน


ส่วนผสมของไส้กรอกอีสาน
- สันคอหมู 250 กรัม
- มันหมูแข็ง 125 กรัม
- เหลือป่น 1 ช้อนชา
- ผงชูรส 1 1/4 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 30 กรัม
- ข้างหุงสุก 70 กรัม
- ฟอสเฟตเล็กน้อย
- ไส้หมูที่ขูดแล้ว เกลือป่น แป้งมันสำปะหลัง น้ำส้มสายชู (สำหรับล้างไส้)

วิธีทำไส้กรอกอีสาน
1.ล้างไส้หมูแล้วใช้ช้อนขูดจนเหลือไส้ยางๆ กลับข้างในออกมาข้างนอก ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ขยำเกลือป่น แป้งมันสำปะหลังและน้ำส้มสายชูตามลำดับ ล้างให้สะาดแล้วกลับด้านนอกเหมือนเดิม
2.บดสันคอหมูพอหยาบ บดมันหมูแข็งพอหยาบ แช่เย็นไว้
3.นวดสันคอหมูบดกับเกลือป่น ผงชูรส น้ำตาลทราย และฟอสเฟต นวดนานประมาณ 10 นาที จนเหนียว จึงเติมมันหมูและนวดให้ทั่ว
4.เติมข้าวหุงสุกและกระเทียม นวดให้เข้ากัน
5.บรรจุส่วนผสมใส่ในไส้หมู ใช้เข็มแทงไล่อากาศ เอาเชือกผูกเป็นปล้องๆ ขนาดเท่าๆกัน
6.แขวนไส้ผึ่งไว้ 2 วันจนมีรสเปลี่ยนบรรจุใส่ตู้เย็น

สังขยาใบเตย


ส่วนผสมของสังขยาใบเตย
- ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 2 ฟอง
- นมข้นจืด 1 1/2 ถ้วยตวง
- หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
- กลิ่นวนิลา (ชนิดผง) 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งกวนไส้ 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำใบเตยคั้นสด 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำสังขยาใบเตย
1.ผสมนมข้นจีดกับแป้งกวนไส้ให้เข้ากัน
2.ตีไข่แดงพอแตก ใส่น้ำตาลทรายและส่วนผสมในข้อที่ 1 หัวกะทิน้ำใบเตยและกลิ่นวนิลา นำไปตุ๋นจนข้นประมาณ 20 นาที

สูตรอาหาร : สังขยาใบเตย

สังขยาใบเตย


ส่วนผสมของสังขยาใบเตย
- ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 2 ฟอง
- นมข้นจืด 1 1/2 ถ้วยตวง
- หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
- กลิ่นวนิลา (ชนิดผง) 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งกวนไส้ 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำใบเตยคั้นสด 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำสังขยาใบเตย
1.ผสมนมข้นจีดกับแป้งกวนไส้ให้เข้ากัน
2.ตีไข่แดงพอแตก ใส่น้ำตาลทรายและส่วนผสมในข้อที่ 1 หัวกะทิน้ำใบเตยและกลิ่นวนิลา นำไปตุ๋นจนข้นประมาณ 20 นาที
วุ้นของขวัญ


ส่วนผสมตัววุ้นของขวัญ
- วุ้นผง 2 ข้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วยตวง
- ใบเตย 4-5 ใบ

วิธีทำตัววุ้นของขวัญ
1.ผสมวุ้นผงและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน ตั้งไฟ เคี่ยวพอวุ้ยละลาย ใส่ใบเตย
2.ใส่น้ำตาลทรายลงเคี่ยวต่อสัครู่ยกลง เทใส่ภาชนะที่หล่อน้ำร้อนเพื่อให้วุ้นไม่แข็งตัว
3.ตักวุ้นใส่ลงในพิมพ์พอเซ็ตตัว สลับชั้นด้วยหัวกระทิ ทำสลับกันจนเต็มพิมพ์ พักไว้ให้เซ็ตตัวจึงนำออกจากพิมพ์

ส่วนผสมหน้ากะทิของวุ้นของขวัญ
- วุ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วยตวง
- หัวกะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 1/4 ช้อนชา
- ใบเตย 4-5 ใบ
- กลินตามชอบเล็กน้อย

วิธีทำหน้ากะทิของวุ้นของขวัญ
1.ผสมวุ้นและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน ตั้ไฟเคี่ยวพอวุ้นละลาย ใส่ใบเตย
2.ใส่น้ำตาลทรายเคี่ยวต่อสักครู่ จากนั้นใส่หัวกะทิ เกลือป่นและกลิ่น เคี่ยวต่อพอเดือด ยกลงเทใส่ภาชนะ ที่หล่อด้วยน้ำร้อน เพื่อไม่ให้วุ้นแข๊งตัว



สูตรอาหาร : วุ้นของขวัญ

วุ้นของขวัญ


ส่วนผสมตัววุ้นของขวัญ
- วุ้นผง 2 ข้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วยตวง
- ใบเตย 4-5 ใบ

วิธีทำตัววุ้นของขวัญ
1.ผสมวุ้นผงและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน ตั้งไฟ เคี่ยวพอวุ้ยละลาย ใส่ใบเตย
2.ใส่น้ำตาลทรายลงเคี่ยวต่อสัครู่ยกลง เทใส่ภาชนะที่หล่อน้ำร้อนเพื่อให้วุ้นไม่แข็งตัว
3.ตักวุ้นใส่ลงในพิมพ์พอเซ็ตตัว สลับชั้นด้วยหัวกระทิ ทำสลับกันจนเต็มพิมพ์ พักไว้ให้เซ็ตตัวจึงนำออกจากพิมพ์

ส่วนผสมหน้ากะทิของวุ้นของขวัญ
- วุ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วยตวง
- หัวกะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 1/4 ช้อนชา
- ใบเตย 4-5 ใบ
- กลินตามชอบเล็กน้อย

วิธีทำหน้ากะทิของวุ้นของขวัญ
1.ผสมวุ้นและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน ตั้ไฟเคี่ยวพอวุ้นละลาย ใส่ใบเตย
2.ใส่น้ำตาลทรายเคี่ยวต่อสักครู่ จากนั้นใส่หัวกะทิ เกลือป่นและกลิ่น เคี่ยวต่อพอเดือด ยกลงเทใส่ภาชนะ ที่หล่อด้วยน้ำร้อน เพื่อไม่ให้วุ้นแข๊งตัว



ลอดช่องสิงคโปร์



ส่วนผสมของลอดช่องสิงคโปร์
- แป้งมันสำปะหลัง 750 กรัม
- น้ำเดือดจัด 2 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำใบเตยคั้นข้นๆ 1/2 ถ้วยตวง
- สีผสมอาหาร สีเขียวตามชอบ
- น้ำกะทิ

วิธีทำเนื้อลอดช่องสิงคโปร์
1.นวดแป้งมันสัมปะหลังกับน้ำเดือดจัดให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่น้ำใบเตย นวดต่อจนเนียนพักไว้
2.นำแป้งมาคลึงให้เป็นแผ่นและตัดเป็นเส้น
3.ต้มน้ำเปล่าให้เดือด นำเส้นลงลวกให้สุก ตักขึ้นพักไว้ในน้ำเย็น ให้คลายความร้อน
4.ตักลอดช่องสิงค์โปรลงในน้ำกะทิ จัดเสริ์ฟ โดยตักลอดช่องสิงค์ดปรใส่ถ้วย ราดน้ำเชื่อมและใส่น้ำแข็ง จัดเสิร์ฟ

ส่วนผสมของน้ำเชื่อมลอดช่องสิงคโปร์
- น้ำตาลทราย 6 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง
- ใบเตย 5-10 ใบ
- ขนุนหั่นเส้น

วิธีทำน้ำเชื่อมของลอดช่องสิงคโปร์
ผสมน้ำตาลทราย น้ำเปล่าอละใบเตย ตั้งไฟพอเดือด ทิ้งไว้สักครู่ ยกลงพักไว้ให้เย็น ใส่ขนุน ยกลงพักไว้

สูตรอาหาร : ลอดช่องสิงค์โปร

ลอดช่องสิงคโปร์



ส่วนผสมของลอดช่องสิงคโปร์
- แป้งมันสำปะหลัง 750 กรัม
- น้ำเดือดจัด 2 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำใบเตยคั้นข้นๆ 1/2 ถ้วยตวง
- สีผสมอาหาร สีเขียวตามชอบ
- น้ำกะทิ

วิธีทำเนื้อลอดช่องสิงคโปร์
1.นวดแป้งมันสัมปะหลังกับน้ำเดือดจัดให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่น้ำใบเตย นวดต่อจนเนียนพักไว้
2.นำแป้งมาคลึงให้เป็นแผ่นและตัดเป็นเส้น
3.ต้มน้ำเปล่าให้เดือด นำเส้นลงลวกให้สุก ตักขึ้นพักไว้ในน้ำเย็น ให้คลายความร้อน
4.ตักลอดช่องสิงค์โปรลงในน้ำกะทิ จัดเสริ์ฟ โดยตักลอดช่องสิงค์ดปรใส่ถ้วย ราดน้ำเชื่อมและใส่น้ำแข็ง จัดเสิร์ฟ

ส่วนผสมของน้ำเชื่อมลอดช่องสิงคโปร์
- น้ำตาลทราย 6 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง
- ใบเตย 5-10 ใบ
- ขนุนหั่นเส้น

วิธีทำน้ำเชื่อมของลอดช่องสิงคโปร์
ผสมน้ำตาลทราย น้ำเปล่าอละใบเตย ตั้งไฟพอเดือด ทิ้งไว้สักครู่ ยกลงพักไว้ให้เย็น ใส่ขนุน ยกลงพักไว้
โรตี




ส่วนผสมแป้งโรตี
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1500 กรัม
- ไข่ไก่ 1 1/2 ฟอง
- น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
- นมข้นจืด 6 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นหวาน 3 ช้นโต๊ะ
- น้ำเปล่า 650 กรัม
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- มาร์การีน 140 กรัม
*มาร์การีนและน้ำมันพืชสำหรับหมักแป้ง

วิธีทำแป้งโรตี
1.ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงลงอ่านผสม พักไว้
2.ผสมไข่ไก่ น้ำตาลทราย เกลือป่น นมข้นจืด นมข้นหวาน ตนให้เข้ากันแล้วเทลงผสมในแป้งที่ร่อนไว้ นวดด้วยหัวตีตะขอ พอแป้งจับตัวเป็นก้อน เติมน้ำมันพืชและ มาร์การีน นวดต่อจนแป้งเป็นเนื้อเนียน นำออกมาพักไว้ประมาณ 20 นาที
3.นำแป้งที่พักได้ที่แล้ว ตัดแบ่งเป็นก้อนก้อนละ 40 กรัม แล้วคลึงเป็นก้อนกลม คลุกกับมาร์การีนหรือแช่ในน้ำมันพืชประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วนผสมของโรตี (ใส่ไข่-กล้วยหอม)
- แป้งโรตี 1 ก้อน
- มาร์การีน หรือเนยสด 1/2 ช้อนชา
- กล้วยหอมสุกขนาดกลาง 1/2 ผล
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- ผงมอลต์สกัด 1 ช้อนชา
- นมข้นหวานสำหรับโรยหน้าตามชอบ
- น้ำตาลทรายสำหรับโรยหน้าตามชอบ
- น้ำมันพืช

วิธีทำโรตี (ใส่ไข่-กล้วยหอม)
1.ตั้งกระทะก้นแบน ทาน้ำมันพืชให้ทั่วใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง
2.ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากับเป็นอย่างดี
3.หั่นกล้วยหอมสุกเป็นแว่นๆ ใส่ลงในไข่ที่ตีเสร็จเรียบร้อย
4.ทำการแผ่แป้ง โดยตีแป้งแบบแป้งบาง นำลงทอดในกระทะ โดยใช้กระทะก้นแบนเท่านั้น เพื่อให้แป้งแผ่ได้เต็มที่ ใช้ไฟค่อนข้าวอ่อนในการทอด
5.ใส่ไส้ลงไปที่ด้านบนของแป้ง จากนั้นเกลี่ยให้กล้วยหอมกระจายไปทั่วชิ้นแป้ง
6.พักมุมแป้งให้เป้นรูปสี่เหลี่ยม และกลับด้านเมื่อไข่เริ่มสุก หลังจากนั้นใส่มาร์การีนหรือเนยสด กลับด้านทอดอีกครั้งจนแป้งสุกดี
7.นำขึ้นจากกระทะโรยน้ำข้ยหวานและน้ำตาลทรายตามใจชอบ
8.ถ้าต้องการความแตกต่างให้โรยผงมอลต์สกัด (หรือโอวัลตินเพิ่มอีกชั้น) หรือสามารถประยุกต์จากการ ใส่กล้วย โดยเปลี่ยนเป็นใส่ลูกเกด หรือลูกชิด จะทำให้โรตีหน้าสนใจและมีสีสันมากยิ่งขึ้น

สูตรอาหาร : โรตี

โรตี




ส่วนผสมแป้งโรตี
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1500 กรัม
- ไข่ไก่ 1 1/2 ฟอง
- น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
- นมข้นจืด 6 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นหวาน 3 ช้นโต๊ะ
- น้ำเปล่า 650 กรัม
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- มาร์การีน 140 กรัม
*มาร์การีนและน้ำมันพืชสำหรับหมักแป้ง

วิธีทำแป้งโรตี
1.ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงลงอ่านผสม พักไว้
2.ผสมไข่ไก่ น้ำตาลทราย เกลือป่น นมข้นจืด นมข้นหวาน ตนให้เข้ากันแล้วเทลงผสมในแป้งที่ร่อนไว้ นวดด้วยหัวตีตะขอ พอแป้งจับตัวเป็นก้อน เติมน้ำมันพืชและ มาร์การีน นวดต่อจนแป้งเป็นเนื้อเนียน นำออกมาพักไว้ประมาณ 20 นาที
3.นำแป้งที่พักได้ที่แล้ว ตัดแบ่งเป็นก้อนก้อนละ 40 กรัม แล้วคลึงเป็นก้อนกลม คลุกกับมาร์การีนหรือแช่ในน้ำมันพืชประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วนผสมของโรตี (ใส่ไข่-กล้วยหอม)
- แป้งโรตี 1 ก้อน
- มาร์การีน หรือเนยสด 1/2 ช้อนชา
- กล้วยหอมสุกขนาดกลาง 1/2 ผล
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- ผงมอลต์สกัด 1 ช้อนชา
- นมข้นหวานสำหรับโรยหน้าตามชอบ
- น้ำตาลทรายสำหรับโรยหน้าตามชอบ
- น้ำมันพืช

วิธีทำโรตี (ใส่ไข่-กล้วยหอม)
1.ตั้งกระทะก้นแบน ทาน้ำมันพืชให้ทั่วใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง
2.ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากับเป็นอย่างดี
3.หั่นกล้วยหอมสุกเป็นแว่นๆ ใส่ลงในไข่ที่ตีเสร็จเรียบร้อย
4.ทำการแผ่แป้ง โดยตีแป้งแบบแป้งบาง นำลงทอดในกระทะ โดยใช้กระทะก้นแบนเท่านั้น เพื่อให้แป้งแผ่ได้เต็มที่ ใช้ไฟค่อนข้าวอ่อนในการทอด
5.ใส่ไส้ลงไปที่ด้านบนของแป้ง จากนั้นเกลี่ยให้กล้วยหอมกระจายไปทั่วชิ้นแป้ง
6.พักมุมแป้งให้เป้นรูปสี่เหลี่ยม และกลับด้านเมื่อไข่เริ่มสุก หลังจากนั้นใส่มาร์การีนหรือเนยสด กลับด้านทอดอีกครั้งจนแป้งสุกดี
7.นำขึ้นจากกระทะโรยน้ำข้ยหวานและน้ำตาลทรายตามใจชอบ
8.ถ้าต้องการความแตกต่างให้โรยผงมอลต์สกัด (หรือโอวัลตินเพิ่มอีกชั้น) หรือสามารถประยุกต์จากการ ใส่กล้วย โดยเปลี่ยนเป็นใส่ลูกเกด หรือลูกชิด จะทำให้โรตีหน้าสนใจและมีสีสันมากยิ่งขึ้น

ราดหน้าหมู




ราดหน้าส่วนมากนิยมเนื้อหมูมากกว่าเนื้ออย่างอื่น เนื้อหมูหมัก 1 กิโลกรัมใช้เนื้อหมูสันนอกหรือคอหมูที่ติดเนื้อมากกว่ามัน เพราะเนื้อสันนอกและคอหมูจะติดมันอยู่บ้าง ให้กลิ่นและรสทำให้หมูหมักออกมารสชาติดี กว่า นำเนื้อหมูหั่นสไซ์ขนาดประมาณ 3*5 เซนติเมตรหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร ให้เนื้อหมูติดมันเล็กน้อย หั่นตามขวางลายเส้น ใส่น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วเห็ดหอม 1 ช้อนตด๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่นอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา ทำราดหน้า 1 จากใช้หมูหมัก ประมาณ 100 กรัมหรือ 1 ขีด

วิธีหมักหมูของราดหน้าหมู
นำเนื้อหมูที่สไลซ์แล้วลงภาชนะพร้อมเคื่องหมัก ทั้งหมดคลุกให้เข้ากัน พยายามให้เครื่องหมักเข้ากับหมูให้ได้มากที่สุด สังเกตุว่าหมูจะซับเครื่องหมักจนน้ำมันแห้งหมาด หมักและแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง จะได้หมูหมักที่นุ่มและเปื่อยพอประมาณมีกลิ่นหอม พร้อมลงปรุงราดหน้าและผัดซีอิ๊ว

ส่วนผสมของราดหน้าหมู
- เนื้อหมูหมักประมาณ 100 กรัม
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้มันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
- ซ้ำซุป 1 ถ้วยตวง
- ซีอิ๊วเห็ดหอม 1/2 - 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1/2 - 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- เต้าเจี้ยวดำอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น
- เส้นใหญ่หรือเส้นหมี่ตามต้องการคลุกซีอิ๊วดำและผัดกับน้ำมันพืช กะพอดีจาน
- น้ำมันพืชพอประมาณ
- ผักคะน้าและผักต่างๆตามต้องการ

วิธีทำราดหน้าหมู
ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืชและกระเทียมสับ ผัดพอหอม ใส่เนื้อหมูหมักลงไปผัดจนสุก เติ้มน้ำซุป พอเดือดใส่ผักคะน้าหรือผักอื่นๆ ตามต้องการ พอเดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วเห็ดหอม น้ำปลา น้ำตาลทราย และเต้าเจี๊ยวดำชิ้มดูให้กลมกล่อม จากนั้นละลายแป้งมันสำปะหลังกับน้ำเปล่าเล็กน้อย ใส่ลงไปคนให้เข้ากัน จะได้น้ำราดหน้าเหนียวข้นปานกลาง นำไปราดบนเส้นที่จัดลงจาน ไว้พร้อมโรยพริกไทย จะได้ราดหน้าดร่อย 1 จานวิธีการเดียวกันนี้ใช้ได้กับบะหมี่กรอบหรือหมี่กรอบ

สูตรอาหาร : ราดหน้าหมู

ราดหน้าหมู




ราดหน้าส่วนมากนิยมเนื้อหมูมากกว่าเนื้ออย่างอื่น เนื้อหมูหมัก 1 กิโลกรัมใช้เนื้อหมูสันนอกหรือคอหมูที่ติดเนื้อมากกว่ามัน เพราะเนื้อสันนอกและคอหมูจะติดมันอยู่บ้าง ให้กลิ่นและรสทำให้หมูหมักออกมารสชาติดี กว่า นำเนื้อหมูหั่นสไซ์ขนาดประมาณ 3*5 เซนติเมตรหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร ให้เนื้อหมูติดมันเล็กน้อย หั่นตามขวางลายเส้น ใส่น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วเห็ดหอม 1 ช้อนตด๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่นอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา ทำราดหน้า 1 จากใช้หมูหมัก ประมาณ 100 กรัมหรือ 1 ขีด

วิธีหมักหมูของราดหน้าหมู
นำเนื้อหมูที่สไลซ์แล้วลงภาชนะพร้อมเคื่องหมัก ทั้งหมดคลุกให้เข้ากัน พยายามให้เครื่องหมักเข้ากับหมูให้ได้มากที่สุด สังเกตุว่าหมูจะซับเครื่องหมักจนน้ำมันแห้งหมาด หมักและแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง จะได้หมูหมักที่นุ่มและเปื่อยพอประมาณมีกลิ่นหอม พร้อมลงปรุงราดหน้าและผัดซีอิ๊ว

ส่วนผสมของราดหน้าหมู
- เนื้อหมูหมักประมาณ 100 กรัม
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้มันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
- ซ้ำซุป 1 ถ้วยตวง
- ซีอิ๊วเห็ดหอม 1/2 - 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1/2 - 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- เต้าเจี้ยวดำอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น
- เส้นใหญ่หรือเส้นหมี่ตามต้องการคลุกซีอิ๊วดำและผัดกับน้ำมันพืช กะพอดีจาน
- น้ำมันพืชพอประมาณ
- ผักคะน้าและผักต่างๆตามต้องการ

วิธีทำราดหน้าหมู
ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืชและกระเทียมสับ ผัดพอหอม ใส่เนื้อหมูหมักลงไปผัดจนสุก เติ้มน้ำซุป พอเดือดใส่ผักคะน้าหรือผักอื่นๆ ตามต้องการ พอเดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วเห็ดหอม น้ำปลา น้ำตาลทราย และเต้าเจี๊ยวดำชิ้มดูให้กลมกล่อม จากนั้นละลายแป้งมันสำปะหลังกับน้ำเปล่าเล็กน้อย ใส่ลงไปคนให้เข้ากัน จะได้น้ำราดหน้าเหนียวข้นปานกลาง นำไปราดบนเส้นที่จัดลงจาน ไว้พร้อมโรยพริกไทย จะได้ราดหน้าดร่อย 1 จานวิธีการเดียวกันนี้ใช้ได้กับบะหมี่กรอบหรือหมี่กรอบ

ยำปลาดุกฟู


ส่วนผสมของยำปลาดุกฟู
- ปลาดุกย่างหัวโต 1 ตัว
- มะม่วงดิบซอยเป็นเส้น 1/2 ถ้วยตวง
- หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักกาดหอม 3 ใบ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
- ถั่วลิสงคั่ว
- ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน

วิธีทำยำปลาดุกฟู
1.เลาะเอาเนื้อปลาดุกออกจากก้างกลางให้เหลือแต่เนื้อ นีเนื้อให้เป็นปุย ใช้ครกโขลกให้เนื้อแตกจากกัน ยีให้ฟูอีกครั้ง
2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ไฟปานกลางนำปลาดุกลงทอดให้เหลืองฟูกลับให้เหลืองทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
3.ผสมน้ำเปล่า น้ำตาลปี๊บ มะม่วง หอมแดง และพริกขี้หนูคลุกให้เข้ากัน
4.จัดผักกาดหอม รองก้นจาน นำปลาดุกฟูวางข้างบน ราดด้วยน้ำยำในข้อที่ 3 โรยถั่วลิสงและขึ้นฉ่ายจัดเสิร์ฟ

สูตรอาหาร : ยำปลาดุกฟู

ยำปลาดุกฟู


ส่วนผสมของยำปลาดุกฟู
- ปลาดุกย่างหัวโต 1 ตัว
- มะม่วงดิบซอยเป็นเส้น 1/2 ถ้วยตวง
- หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักกาดหอม 3 ใบ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
- ถั่วลิสงคั่ว
- ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน

วิธีทำยำปลาดุกฟู
1.เลาะเอาเนื้อปลาดุกออกจากก้างกลางให้เหลือแต่เนื้อ นีเนื้อให้เป็นปุย ใช้ครกโขลกให้เนื้อแตกจากกัน ยีให้ฟูอีกครั้ง
2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ไฟปานกลางนำปลาดุกลงทอดให้เหลืองฟูกลับให้เหลืองทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
3.ผสมน้ำเปล่า น้ำตาลปี๊บ มะม่วง หอมแดง และพริกขี้หนูคลุกให้เข้ากัน
4.จัดผักกาดหอม รองก้นจาน นำปลาดุกฟูวางข้างบน ราดด้วยน้ำยำในข้อที่ 3 โรยถั่วลิสงและขึ้นฉ่ายจัดเสิร์ฟ
มันรังนก



ส่วนผสมของมันรังนก
- มันเทศ 1 กิโลกรัม
- น้ำตาลปี๊บ 10 กรัม
- แบะแซ 10 กรัม
- น้ำปูนใส
- น้ำมันพืช

วิธีทำมันรังนก
1.มันเทศปลอกเปลือก ล้างให้ลสะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ
2.หั่นมันเทศเป็นเส้นยาวฝอย แช่น้ำปูนแดงประมาณ 15 นาที นำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
3.ตั้งกระทะให้น้ำมันร้อน ใส่มันลงทอดให้เหลือง พอเหลืองทั่ว ใส่น้ำตาลปี๊บ แบะแซ ลงคนให้เข้ากันจนละลาย
4.ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วตักใส่ถ้วยเล็กๆ คว่ำลงในถาด ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ยกถ้วยออกจากมันรังนก (ทำเช่นนี้จนหมด)

สูตรอาหาร : มันรังนก

มันรังนก



ส่วนผสมของมันรังนก
- มันเทศ 1 กิโลกรัม
- น้ำตาลปี๊บ 10 กรัม
- แบะแซ 10 กรัม
- น้ำปูนใส
- น้ำมันพืช

วิธีทำมันรังนก
1.มันเทศปลอกเปลือก ล้างให้ลสะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ
2.หั่นมันเทศเป็นเส้นยาวฝอย แช่น้ำปูนแดงประมาณ 15 นาที นำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
3.ตั้งกระทะให้น้ำมันร้อน ใส่มันลงทอดให้เหลือง พอเหลืองทั่ว ใส่น้ำตาลปี๊บ แบะแซ ลงคนให้เข้ากันจนละลาย
4.ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วตักใส่ถ้วยเล็กๆ คว่ำลงในถาด ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ยกถ้วยออกจากมันรังนก (ทำเช่นนี้จนหมด)
ปลาท่องโก๋


ส่วนผสมของปลาท่องโก๋
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1000 กรัม
- ผงฟู 2 ช้อนชา
- เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ + 2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 670 กรัม
- แอมโมเนีย 4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำปลาท่องโก๋
1.ร่อนแป้งอเนกประสงค์ ผงฟู และเบคกิ้งโซดา พักไว้
2.ผสมน้ำตาลทาย เกลือป่น น้ำเปล่า แอมโมเนีย และน้ำมันพืช คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน
3.ผสมส่วนผสมในข้อที่ 1 และข้อที่ 2 นวดจนส่วนผสมเนียนไม่ติดมือ พักแป้งไว้ประมาณ 50 นาที
4.ตัดแป้งเป็นแท่งยาว โรยแป้งเพื่อไม่ให้ติดมือ ยืดแป้งออกให้เป็นแฟ่นหนาประมาณ 1/2 เซนติเมตร ตัดเป็นชิ้นแล้วใช้ไม้จุ่มน้ำเปล่า แตะตรงกลาง ประกบแป้งเข้าด้วยกัน จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อน พอประมาณให้สุก พักบนตะแกรง

สูตรอาหาร : ปลาท่องโก๋

ปลาท่องโก๋


ส่วนผสมของปลาท่องโก๋
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1000 กรัม
- ผงฟู 2 ช้อนชา
- เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ + 2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 670 กรัม
- แอมโมเนีย 4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำปลาท่องโก๋
1.ร่อนแป้งอเนกประสงค์ ผงฟู และเบคกิ้งโซดา พักไว้
2.ผสมน้ำตาลทาย เกลือป่น น้ำเปล่า แอมโมเนีย และน้ำมันพืช คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน
3.ผสมส่วนผสมในข้อที่ 1 และข้อที่ 2 นวดจนส่วนผสมเนียนไม่ติดมือ พักแป้งไว้ประมาณ 50 นาที
4.ตัดแป้งเป็นแท่งยาว โรยแป้งเพื่อไม่ให้ติดมือ ยืดแป้งออกให้เป็นแฟ่นหนาประมาณ 1/2 เซนติเมตร ตัดเป็นชิ้นแล้วใช้ไม้จุ่มน้ำเปล่า แตะตรงกลาง ประกบแป้งเข้าด้วยกัน จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อน พอประมาณให้สุก พักบนตะแกรง
บัวลอยไข่หวาน



ส่วนผสมของบัวลอยไข่หวาน
- แป้งข้าวเหนียว 50 กรัม
- น้ำเปล่า (สำหรับตัวแป้ง) 1 ช้อนโตะ
- น้ำใบเตยคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1250 กรัม
- น้ำเปล่า 10 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 1/2 ช้อนชา
- หัวกะทิคั้นข้นๆ 2 1/2 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 5 ฟอง

วิธีทำบัวลอยไข่หวาน
1.ผสมแป้งข้าวเหนียว 25 กรัมกับน้ำเปล่า และผสมแป้งที่เหลือกับน้ำใบเตย นวดจนเนียนปั้นเป็นเม็ดกลมเล็ก ใส่ก้อนแป้งลงต้มจนแป้งสุก และลอยขึ้น ตอกไข่ไก่ลงไปต้มในน้ำเชื่อมจนไข่สุกลอยขึ้น
2.ผสมน้ำเปล่ากับน้ำตาลทรายใส่กระทะทองตั้งไฟพอเดือด จนส่วนผสมเป็นน้ำเชื่อมข้นๆเบาไฟอ่อนรอจนน้ำเชื่อมเป็นยางมะตูมอ่อนๆ เบาไฟอ่อน
3.ตั้งหัวกะทิให้เดือด ใส่เกลือป่นคนจนละลาย
4.ตักบัวลอยใส่ถ้วย ใส่น้ำเชื่อม ตักน้ำกะทิาดข้างบน จัดเสิร์ฟ

สูตรอาหาร : บัวลอยไข่หวาน

บัวลอยไข่หวาน



ส่วนผสมของบัวลอยไข่หวาน
- แป้งข้าวเหนียว 50 กรัม
- น้ำเปล่า (สำหรับตัวแป้ง) 1 ช้อนโตะ
- น้ำใบเตยคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1250 กรัม
- น้ำเปล่า 10 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 1/2 ช้อนชา
- หัวกะทิคั้นข้นๆ 2 1/2 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 5 ฟอง

วิธีทำบัวลอยไข่หวาน
1.ผสมแป้งข้าวเหนียว 25 กรัมกับน้ำเปล่า และผสมแป้งที่เหลือกับน้ำใบเตย นวดจนเนียนปั้นเป็นเม็ดกลมเล็ก ใส่ก้อนแป้งลงต้มจนแป้งสุก และลอยขึ้น ตอกไข่ไก่ลงไปต้มในน้ำเชื่อมจนไข่สุกลอยขึ้น
2.ผสมน้ำเปล่ากับน้ำตาลทรายใส่กระทะทองตั้งไฟพอเดือด จนส่วนผสมเป็นน้ำเชื่อมข้นๆเบาไฟอ่อนรอจนน้ำเชื่อมเป็นยางมะตูมอ่อนๆ เบาไฟอ่อน
3.ตั้งหัวกะทิให้เดือด ใส่เกลือป่นคนจนละลาย
4.ตักบัวลอยใส่ถ้วย ใส่น้ำเชื่อม ตักน้ำกะทิาดข้างบน จัดเสิร์ฟ
บาร์บีคิวหมู



ส่วนผสมของบาร์บีคิวหมู
- หมูสันนอก 150 กรัม
- สับปะรด
- มะเขือเทศ
- หอมใหญ่
- พริกหวานหรือพริกหยวกแล้วแต่ความต้องการ

ส่วนผสมของซอสบาร์บีคิวหมู
- ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 2 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๋วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น่ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำบาร์บีคิวหมู
1.หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นสี่เหรียมขนาดพอคำล้างให้สะอาดพักไว้
2.ผสมซอสพริก ซอสมะเขือเทศ รากผักชีกระเทียมสับ ซอสหอยนางรม ซีอิ๋วขาวและน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน พักไว้
3.หมักหมูกับซอสในข้อที่สอง ประมาณ 1 ชั่วโมงล้างมะเขือเทศ หั่นสับปะรดเป็นชิ้นพอคำ พักไว้
4.เสียบหมูสลับกับสับปะรด มะเขือเทศ หอมใหญ่ และพริก
5.ย่างหมูด้วยไฟปานกลางให้สุกประมาณ 80 เปอเซ็นต์ พรมซอสที่เหลือจากการหมักลงไปให้ทั่ว พลิกกลับไปมาจนหมูสุก

สูตรอาหาร : บาร์บีคิวหมู

บาร์บีคิวหมู



ส่วนผสมของบาร์บีคิวหมู
- หมูสันนอก 150 กรัม
- สับปะรด
- มะเขือเทศ
- หอมใหญ่
- พริกหวานหรือพริกหยวกแล้วแต่ความต้องการ

ส่วนผสมของซอสบาร์บีคิวหมู
- ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 2 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๋วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น่ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำบาร์บีคิวหมู
1.หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นสี่เหรียมขนาดพอคำล้างให้สะอาดพักไว้
2.ผสมซอสพริก ซอสมะเขือเทศ รากผักชีกระเทียมสับ ซอสหอยนางรม ซีอิ๋วขาวและน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน พักไว้
3.หมักหมูกับซอสในข้อที่สอง ประมาณ 1 ชั่วโมงล้างมะเขือเทศ หั่นสับปะรดเป็นชิ้นพอคำ พักไว้
4.เสียบหมูสลับกับสับปะรด มะเขือเทศ หอมใหญ่ และพริก
5.ย่างหมูด้วยไฟปานกลางให้สุกประมาณ 80 เปอเซ็นต์ พรมซอสที่เหลือจากการหมักลงไปให้ทั่ว พลิกกลับไปมาจนหมูสุก
น้ำเต้าหู้


ส่วนผสมของน้ำเต้าหู้
- ถั่วเหลือง 500 กรัม
- ถั่วลิสง 100 กรัม
- น้ำเปล่า 4 ลิตร
- น้ำตาลทราย 1-1 1/2 ถ้วยตวง
- ใบเตย 4-5 ใบ

วิธีทำน้ำเต้าหู้
1.แช่ถั่วทั้งสองชนิดประมาณ 1 คืนแล้วล้างเปลือกออก
2.ใส่น้ำเปล่า บดกับถั่วให้ละเอียด นำน้ำเปล่าส่วนที่เหลือ เติมผสมลงขยำเข้ากับกากถั่วให้ส่วนผสมของถั่วออกให้มากๆ แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองกากออก
3.นำไปตั้งไฟให้เดือด ใส่ใบเตยลงไปในหม้อเคี่ยวต่อสักพัก พอเดือดใาน้ำตาลทรายค่อยๆคนระสัวไหม้ พอเดือดอีกครั้งยกลง

สูตรอาหาร : น้ำเต้าหู้

น้ำเต้าหู้


ส่วนผสมของน้ำเต้าหู้
- ถั่วเหลือง 500 กรัม
- ถั่วลิสง 100 กรัม
- น้ำเปล่า 4 ลิตร
- น้ำตาลทราย 1-1 1/2 ถ้วยตวง
- ใบเตย 4-5 ใบ

วิธีทำน้ำเต้าหู้
1.แช่ถั่วทั้งสองชนิดประมาณ 1 คืนแล้วล้างเปลือกออก
2.ใส่น้ำเปล่า บดกับถั่วให้ละเอียด นำน้ำเปล่าส่วนที่เหลือ เติมผสมลงขยำเข้ากับกากถั่วให้ส่วนผสมของถั่วออกให้มากๆ แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองกากออก
3.นำไปตั้งไฟให้เดือด ใส่ใบเตยลงไปในหม้อเคี่ยวต่อสักพัก พอเดือดใาน้ำตาลทรายค่อยๆคนระสัวไหม้ พอเดือดอีกครั้งยกลง
น้ำพริกเผากุ้ง




ส่วนผสมของน้ำพริกเผากุ้ง
- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 100 กรัม
- กุ้งแห้งอย่างดีป่น 100 กรัม
- หอมแดง 100 กรัม
- กระเทียม 50 กรัม
- น้ำมันพืช 1/2-1ถ้วยตวง
- น้ำมะขามเปียก 3-4 ช้อนโต๊ะ
- กะปิอย่างดีเผา 50 กรัม
- น้ำตาลปิ๊บ 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำพริกเผากุ้ง
1.นำพริกแห้งมาผ่าเอาเมล็ดออก หั่นเป็นท่อนๆแช่น้ำให้นิ่ม นำไปทอดใช้ไฟปานกลางระวังอย่าให้ไหม้ พระจะทำให้น้ำพริกมีรสขมพักไว้
2.นำกระเทียมและหอมแดงปลอกเปลือกแล้วล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ซอยบางๆ นำไปทอดพอเหลือง ให้แยกทอดเป็นอย่างๆไปแล้วพักไว้
3.กุ้งแห้งเลือกสิ่งเจือปนออกให้หมด ล้างน้ำเปล่าแล้วนำไปทอดเช่นกัน
4.กะปิอย่างดีนำไปเผาไฟพอหอมระวังอย่างให้ไหม้
5.นำกุ้งแห้งทอดมาโขลกให้ละเอียด ตามด้วยกระเทียมทอดและหอมแดงทอด จนเกือบละเอียดจึงใส่พริกแห้งทอด โขลกให้เข้ากัน สุดท้ายใส่กะปิเผา โขลกต่อจนเครื่องปรุงเข้ากันทั้งหมด
6.ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บและเกลือป่น (เกลือป่นทำให้น้ำพริกรสชาติเข้มข้นขึ้น) ปรุงให้ได้ 3 รสเปลี้ย เค็ม หวาน โดยให้หวานนำ แล้วจึงนำไปผัดในน้ำมันพืช ถ้าไม่ต้องการให้มันมากก็ใส่น้ำมันพืชแต่น้อยผัดพอหอมเป็นเนื้อเดียวกัน ขณะผัดอย่าใช้ไฟแรง ใช้น้ำมันพืชที่เหลือจากการทอดลงผัด
7.ผัดเสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น บรรจุในขวดแก้วที่ล้างสะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อโดยใช้การต้มและนึ่งจะช่วยให้น้ำพริก อยู่ได้นานหรือบรรจุในถุงพราสติกก็ได้ เราก็จะได้น้ำพริกเผา ที่สะอาดถูกหลักอนามัย ใช้รับประทานกับผักสด ทาขนมปัง ใช้ผัดหรือใส่ต้มยำ ใส่ก๋วยเตี๋ยวผัดก็ได้

สูตรอาหาร : น้ำพริกเผากุ้ง

น้ำพริกเผากุ้ง




ส่วนผสมของน้ำพริกเผากุ้ง
- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 100 กรัม
- กุ้งแห้งอย่างดีป่น 100 กรัม
- หอมแดง 100 กรัม
- กระเทียม 50 กรัม
- น้ำมันพืช 1/2-1ถ้วยตวง
- น้ำมะขามเปียก 3-4 ช้อนโต๊ะ
- กะปิอย่างดีเผา 50 กรัม
- น้ำตาลปิ๊บ 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำพริกเผากุ้ง
1.นำพริกแห้งมาผ่าเอาเมล็ดออก หั่นเป็นท่อนๆแช่น้ำให้นิ่ม นำไปทอดใช้ไฟปานกลางระวังอย่าให้ไหม้ พระจะทำให้น้ำพริกมีรสขมพักไว้
2.นำกระเทียมและหอมแดงปลอกเปลือกแล้วล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ซอยบางๆ นำไปทอดพอเหลือง ให้แยกทอดเป็นอย่างๆไปแล้วพักไว้
3.กุ้งแห้งเลือกสิ่งเจือปนออกให้หมด ล้างน้ำเปล่าแล้วนำไปทอดเช่นกัน
4.กะปิอย่างดีนำไปเผาไฟพอหอมระวังอย่างให้ไหม้
5.นำกุ้งแห้งทอดมาโขลกให้ละเอียด ตามด้วยกระเทียมทอดและหอมแดงทอด จนเกือบละเอียดจึงใส่พริกแห้งทอด โขลกให้เข้ากัน สุดท้ายใส่กะปิเผา โขลกต่อจนเครื่องปรุงเข้ากันทั้งหมด
6.ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บและเกลือป่น (เกลือป่นทำให้น้ำพริกรสชาติเข้มข้นขึ้น) ปรุงให้ได้ 3 รสเปลี้ย เค็ม หวาน โดยให้หวานนำ แล้วจึงนำไปผัดในน้ำมันพืช ถ้าไม่ต้องการให้มันมากก็ใส่น้ำมันพืชแต่น้อยผัดพอหอมเป็นเนื้อเดียวกัน ขณะผัดอย่าใช้ไฟแรง ใช้น้ำมันพืชที่เหลือจากการทอดลงผัด
7.ผัดเสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น บรรจุในขวดแก้วที่ล้างสะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อโดยใช้การต้มและนึ่งจะช่วยให้น้ำพริก อยู่ได้นานหรือบรรจุในถุงพราสติกก็ได้ เราก็จะได้น้ำพริกเผา ที่สะอาดถูกหลักอนามัย ใช้รับประทานกับผักสด ทาขนมปัง ใช้ผัดหรือใส่ต้มยำ ใส่ก๋วยเตี๋ยวผัดก็ได้

ทอดมันปลากราย


ส่วนผสมทอดมันปลากราย
- เนื้อปลากรายขูด 1 กิโลกรัม
- น้ำพริกแกงเผ็ด 150 กรัม
- พริกชี้ฟ้าแหห้งแกะเหล็ดแช่น้ำ 6 เม็ด
- กระเทียมเกลียบเล็ก 5 ช้อนโต๊ะ
- กระชายหั่นละเอียด 3 แง่ง
- รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- ผิดมะกรูดหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- ถั่วพูหั่นละเอียด 2-2 1/2 ถ้วยตวง
- ใบมะกรูดซอย 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำทอดมันปลากราย
1.โขลกพริกชี้ฟ้าแห้ง กระเทียม กระชาย รากผักชี และผิดมะกรูดให้ละเอียด ใส่น้ำพริกแกงเผ็ด ลงโขลดผสมให้เข้ากัน ตักขึ้นพักไว้
2.โขลกเนื้อปลากรายให้เหนียว ใส่น้ำพริกที่โขลงไว้ โขลกต่อให้เข้ากัน ปั้นให้ก้อนกลม แล้วกดให้แบนกว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตร ทอดในน้ำมันพืชไฟร้อนอ่อน จนกระทั่งเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดเสร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้มทอดมันปลากราย
- น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าสีแดง 6 เม็ด
- แตงกวาผ่าสี่หั่นขวาง 2 ถ้วยตวง
- ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 1 1/2 ถ้วยตวง
- ผักชีหั่นหยาบ 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำน้ำจิ้มทอดมันปลากราย
ผสมน้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู น้ำเปล่าและเกลือป่นเข้าด้วยกัน พอเดือดใส่น้ำพริกชี้ฟ้า และกระเทียมโขลกหยาบ ยกลงพักไว้ให้เย็น ตักใส่ถ้วยน้ำจิ้มใส่แตงกวา ถั่วลิสงบดและผักชี

สูตรอาหาร : ทอดมันปลากราย

ทอดมันปลากราย


ส่วนผสมทอดมันปลากราย
- เนื้อปลากรายขูด 1 กิโลกรัม
- น้ำพริกแกงเผ็ด 150 กรัม
- พริกชี้ฟ้าแหห้งแกะเหล็ดแช่น้ำ 6 เม็ด
- กระเทียมเกลียบเล็ก 5 ช้อนโต๊ะ
- กระชายหั่นละเอียด 3 แง่ง
- รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- ผิดมะกรูดหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- ถั่วพูหั่นละเอียด 2-2 1/2 ถ้วยตวง
- ใบมะกรูดซอย 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำทอดมันปลากราย
1.โขลกพริกชี้ฟ้าแห้ง กระเทียม กระชาย รากผักชี และผิดมะกรูดให้ละเอียด ใส่น้ำพริกแกงเผ็ด ลงโขลดผสมให้เข้ากัน ตักขึ้นพักไว้
2.โขลกเนื้อปลากรายให้เหนียว ใส่น้ำพริกที่โขลงไว้ โขลกต่อให้เข้ากัน ปั้นให้ก้อนกลม แล้วกดให้แบนกว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตร ทอดในน้ำมันพืชไฟร้อนอ่อน จนกระทั่งเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดเสร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้มทอดมันปลากราย
- น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าสีแดง 6 เม็ด
- แตงกวาผ่าสี่หั่นขวาง 2 ถ้วยตวง
- ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 1 1/2 ถ้วยตวง
- ผักชีหั่นหยาบ 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำน้ำจิ้มทอดมันปลากราย
ผสมน้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู น้ำเปล่าและเกลือป่นเข้าด้วยกัน พอเดือดใส่น้ำพริกชี้ฟ้า และกระเทียมโขลกหยาบ ยกลงพักไว้ให้เย็น ตักใส่ถ้วยน้ำจิ้มใส่แตงกวา ถั่วลิสงบดและผักชี
ถั่วแปบปากหม้อ



ส่วยผสมของถั่วแปบปากหม้อ
- แป้งข้าวเหนียว 1 1/4 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำใบเตย 1 ถ้วยตวง

วิธีทำถั่วแปบปากหม้อ
1.ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งมันสัมปะหลัง ค่อยฝส่น้ำใบเตย กรองด้วยกระชอน
2.ตักแป้งละเลงบนผ้าให้เป็นวงกลม ใส่ไส้ผักแป้งเข้ามาให้เป็นรูปครึ่งลงกลม ตักขึ้น ใส่ลงให้มะพร้าวขูดขาว
3.จัดเสิร์ฟคู่กับน้ำตาลทรายผสมงาดำและงาขาว

ส่วยผสมอื่นๆของถั่วแปบปากหม้อ
- ถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก(สำหรับทำไส้) 500 กรัม
- มะพร้าวขูดขาว 3 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
- งาดำคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
ผสมมะพร้าวขูดขาวกับเกลือป่นให้เข้ากันนึ่งนาน 5 นาทียกลงพักไว้ให้เย็น

สูตรอาหาร : ถั่วแปบปากหม้อ

ถั่วแปบปากหม้อ



ส่วยผสมของถั่วแปบปากหม้อ
- แป้งข้าวเหนียว 1 1/4 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำใบเตย 1 ถ้วยตวง

วิธีทำถั่วแปบปากหม้อ
1.ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งมันสัมปะหลัง ค่อยฝส่น้ำใบเตย กรองด้วยกระชอน
2.ตักแป้งละเลงบนผ้าให้เป็นวงกลม ใส่ไส้ผักแป้งเข้ามาให้เป็นรูปครึ่งลงกลม ตักขึ้น ใส่ลงให้มะพร้าวขูดขาว
3.จัดเสิร์ฟคู่กับน้ำตาลทรายผสมงาดำและงาขาว

ส่วยผสมอื่นๆของถั่วแปบปากหม้อ
- ถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก(สำหรับทำไส้) 500 กรัม
- มะพร้าวขูดขาว 3 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
- งาดำคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
ผสมมะพร้าวขูดขาวกับเกลือป่นให้เข้ากันนึ่งนาน 5 นาทียกลงพักไว้ให้เย็น



ส่วนผสมของเต้าฮวยน้ำขิง
- ถั่วเหลืองแห้ง 500 กรัม
- แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตัวง
- เจี๊ยะกอ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า(1) 3 ลิตร
- น้ำเปล่า(2) 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำเต้าฮวยน้ำขิง
1.แช่ถั่วเหลืองทิ้งไว้ 1 คืนหรือประมาณ 6 ชั่วโมง
2.บดหรือปั่นด้วยเครื่องบดไฟฟ้ากับน้ำเปล่า(1)ให้ละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบาง
3.ต้นน้ำนมถั่วเหลืองดิบให้เดือดโดยใช้ไฟปานกลาง หมั่นคนเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ พอเดือดจับเวลา 10 นาที
4.ผสมแป้งมันสำปะหลัง เจี๊ยะกอและน้ำเปล่า(2) ให้เข้ากัน อย่าให้นอนก้น เทน้ำนมถั่วเหลืองที่ได้แล้วลงไปเร็วๆ ตั้งทิ้งไว้จนอยู่ตัวรับประทานกับน้ำขิง

สูตรอาหาร : เต้าฮวยน้ำขิง



ส่วนผสมของเต้าฮวยน้ำขิง
- ถั่วเหลืองแห้ง 500 กรัม
- แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตัวง
- เจี๊ยะกอ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า(1) 3 ลิตร
- น้ำเปล่า(2) 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำเต้าฮวยน้ำขิง
1.แช่ถั่วเหลืองทิ้งไว้ 1 คืนหรือประมาณ 6 ชั่วโมง
2.บดหรือปั่นด้วยเครื่องบดไฟฟ้ากับน้ำเปล่า(1)ให้ละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบาง
3.ต้นน้ำนมถั่วเหลืองดิบให้เดือดโดยใช้ไฟปานกลาง หมั่นคนเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ พอเดือดจับเวลา 10 นาที
4.ผสมแป้งมันสำปะหลัง เจี๊ยะกอและน้ำเปล่า(2) ให้เข้ากัน อย่าให้นอนก้น เทน้ำนมถั่วเหลืองที่ได้แล้วลงไปเร็วๆ ตั้งทิ้งไว้จนอยู่ตัวรับประทานกับน้ำขิง



ส่วยผสมแป้ง ซาลาเปา 1
- แป้งสาลี 525 กรัม
- น้ำเปล่า 375 กรัม
- ยีสต์ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมแป้ง ซาลาเปา 2
- แป้งสาลี 225 กรัม
- ผงฟู 1 1/2 กรัม
- น้ำตาลทราย 150 กรัม
- เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
- เนยขาว 150 กรัม

วิธีทำส่วนผสมแป้งซาลาเปา 1
ร่อนแป้งสาลี ใส่ยีสต์ผสมให้เข้ากันใส่น้ำเปล่า นวดจนผสมเข้ากันดี พักไว้ 30 นาที

วิธีทำส่วนผสมแป้งซาลาเปา 2
1.ร้อนแป้งลาลีและผงฟูเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่น นำไปฟสมกันส่วนผสมแป้งซาลาเปา 1 ที่เตรียมไว้พอเข้ากัน
2.ใส่เนยขาว นวดจนส่วนผสมเนียน
3.ตัดแบ่งแป้งก้อนละ 35 กรัมคลึงให้เป็นก้อนกลม พักไว้ 5 นาที นำไปใส่ไส้ พักไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่าจึงนำไปนึง 10-15 นาที

ส่วนผสมไส้หมูแดงของซาลาเปา
- เนื้อสะโพกหมู 500 กรัม
- น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหมวาน 1 ช้อนขา
- ผงหมูแดง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด (ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย) 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมใหญ่ 1 หัว
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
- รากผักชี 3 ราก
- น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

วิธีทำใส้หมูแดงของซาลาเปา
1.โขลกรากผักชีและพริกไทยให้ละเอียด
2.หั่นเนื้อสะโพกหมูให้เป็นเส้นแล้วใช้ส่อมจิ้มให้ทั่ว
3.ผสม น้ำตาลทราย ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซีอิ๊วดำหวาน ผงหมูแดง เกลือป่น และส่วนผสมในข้อที่ 1 เข้าด้วยกัน ใส่เนื้อสะโพกหมูเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 1-2 ชั่วโมง
4.นำหมูที่หมักจนได้ที่ผสมกันน้ำเปล่า ต้มให้สุก(เก็บน้ำไว้)
5.นำเนื้อหมูที่ต้มสุกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำลงไปผัดกับน้ำหมักที่เหลือใส่หอมใหญ่ ผัดพอได้ที่ ใส่แผ้งข้าวโพดที่ละลายน้ำเปล่า ผัดต่อจนแห้ง

ส่วนผสมไส้เผือกของซาลาเปา
- เผือกนึ่งสุก 550 กรัม
- น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
- หัวกะทิ 1 1/4 ถ้วยตวง
- แปะก๊วยเชื่อม

วิธีทำใส่เผือกของซาลาเปา
1.นำเผือกนึ่งจนสุกบดให้ละเอียด พักไว้
2.ผสมเผือกบด น้ำตาลทรายแดง และหัวกะทิเข้าด้วยกัน นำไปกวนไฟอ่อนจนได้ที่ ยกลงพักไว้ ก่อนนำไปห่อให้น้ำแป๊ะก๊วยใส่ลงไปในเผือก

สูตรอาหาร : ซาลาเปา ใส้หมูแดง ใส้เผือก



ส่วยผสมแป้ง ซาลาเปา 1
- แป้งสาลี 525 กรัม
- น้ำเปล่า 375 กรัม
- ยีสต์ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมแป้ง ซาลาเปา 2
- แป้งสาลี 225 กรัม
- ผงฟู 1 1/2 กรัม
- น้ำตาลทราย 150 กรัม
- เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
- เนยขาว 150 กรัม

วิธีทำส่วนผสมแป้งซาลาเปา 1
ร่อนแป้งสาลี ใส่ยีสต์ผสมให้เข้ากันใส่น้ำเปล่า นวดจนผสมเข้ากันดี พักไว้ 30 นาที

วิธีทำส่วนผสมแป้งซาลาเปา 2
1.ร้อนแป้งลาลีและผงฟูเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่น นำไปฟสมกันส่วนผสมแป้งซาลาเปา 1 ที่เตรียมไว้พอเข้ากัน
2.ใส่เนยขาว นวดจนส่วนผสมเนียน
3.ตัดแบ่งแป้งก้อนละ 35 กรัมคลึงให้เป็นก้อนกลม พักไว้ 5 นาที นำไปใส่ไส้ พักไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่าจึงนำไปนึง 10-15 นาที

ส่วนผสมไส้หมูแดงของซาลาเปา
- เนื้อสะโพกหมู 500 กรัม
- น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหมวาน 1 ช้อนขา
- ผงหมูแดง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด (ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย) 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมใหญ่ 1 หัว
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
- รากผักชี 3 ราก
- น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

วิธีทำใส้หมูแดงของซาลาเปา
1.โขลกรากผักชีและพริกไทยให้ละเอียด
2.หั่นเนื้อสะโพกหมูให้เป็นเส้นแล้วใช้ส่อมจิ้มให้ทั่ว
3.ผสม น้ำตาลทราย ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซีอิ๊วดำหวาน ผงหมูแดง เกลือป่น และส่วนผสมในข้อที่ 1 เข้าด้วยกัน ใส่เนื้อสะโพกหมูเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 1-2 ชั่วโมง
4.นำหมูที่หมักจนได้ที่ผสมกันน้ำเปล่า ต้มให้สุก(เก็บน้ำไว้)
5.นำเนื้อหมูที่ต้มสุกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำลงไปผัดกับน้ำหมักที่เหลือใส่หอมใหญ่ ผัดพอได้ที่ ใส่แผ้งข้าวโพดที่ละลายน้ำเปล่า ผัดต่อจนแห้ง

ส่วนผสมไส้เผือกของซาลาเปา
- เผือกนึ่งสุก 550 กรัม
- น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
- หัวกะทิ 1 1/4 ถ้วยตวง
- แปะก๊วยเชื่อม

วิธีทำใส่เผือกของซาลาเปา
1.นำเผือกนึ่งจนสุกบดให้ละเอียด พักไว้
2.ผสมเผือกบด น้ำตาลทรายแดง และหัวกะทิเข้าด้วยกัน นำไปกวนไฟอ่อนจนได้ที่ ยกลงพักไว้ ก่อนนำไปห่อให้น้ำแป๊ะก๊วยใส่ลงไปในเผือก

ครองแครงกรอบ


ส่วนผสมแป้งของครองแครงกรอบ

- แป้งสาลี 400 กรัม
- ผงฟู 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ไข่แดง 3 ฟอง
- น้ำปูนใส 1/2 ถ้วยตวง
- หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

ส่วนผสมน้ำเคลือบของครองแครงกรอบ

- รากผักชีโคลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ดบดหยาบ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 200 กรัม
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- ผักชี 2 ต้น



วิธีทำครองแครงกรอบ

1.ร่อนแป้งสาลีและผงฟูเข้าด้วยกัน
2.ผสมไข่แดง น้ำปูนใส แล้วหัวกะทิ เทใส่ในส่วนผสมของแป้ง นวกจนแป้งนุ่ม พักแป้งไว้ 15-20 นาที
3.แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม กดบนพิมพ์ครองแครง ให้เป็นลายแล้วม้วนพอหลวม วางเรียงในถาดทำเช่นนี้จนหมด
4.นำแป้งที่ได้ลงทอดในน้ำมันร้อนปานกลางจนเหลืองหรอบ
5.ทำน้ำเคลือบโดยตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ผัด รากผักชี กระเทียมและพริกไทยให้หอม ใส่น้ำเปล่า น้ำตาลทราย และเกลือป่น เคี่ยวพอเป็นยางมะตูม ใส่แป้งที่ทอดแล้ว ลงคลุกเคล้าพอเข้ากัน ใส่ใบผักชี ตักใส่ภาชนะ ักไว้ให้เย็น

สูตรอาหาร : ครองแครงกรอบ

ครองแครงกรอบ


ส่วนผสมแป้งของครองแครงกรอบ

- แป้งสาลี 400 กรัม
- ผงฟู 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ไข่แดง 3 ฟอง
- น้ำปูนใส 1/2 ถ้วยตวง
- หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

ส่วนผสมน้ำเคลือบของครองแครงกรอบ

- รากผักชีโคลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ดบดหยาบ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 200 กรัม
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- ผักชี 2 ต้น



วิธีทำครองแครงกรอบ

1.ร่อนแป้งสาลีและผงฟูเข้าด้วยกัน
2.ผสมไข่แดง น้ำปูนใส แล้วหัวกะทิ เทใส่ในส่วนผสมของแป้ง นวกจนแป้งนุ่ม พักแป้งไว้ 15-20 นาที
3.แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม กดบนพิมพ์ครองแครง ให้เป็นลายแล้วม้วนพอหลวม วางเรียงในถาดทำเช่นนี้จนหมด
4.นำแป้งที่ได้ลงทอดในน้ำมันร้อนปานกลางจนเหลืองหรอบ
5.ทำน้ำเคลือบโดยตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ผัด รากผักชี กระเทียมและพริกไทยให้หอม ใส่น้ำเปล่า น้ำตาลทราย และเกลือป่น เคี่ยวพอเป็นยางมะตูม ใส่แป้งที่ทอดแล้ว ลงคลุกเคล้าพอเข้ากัน ใส่ใบผักชี ตักใส่ภาชนะ ักไว้ให้เย็น

ข้าวเหนียวหมูฝอย


ส่วนผสมของหมูฝอยของข้าวเหนียวหมูฝอย

- สะโพกหมู 1 1/2 กิโลกรัม
- ซีอิ๊วขาว 6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 3/4 ถ้วยตวง
- น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 7 1/2 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
- สีส้มแดงเล็กน้อย


วิธีทำหมูฝอยของข้าวเหนียวหมูฝอย

1.ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นเส้นยาว
2.นำน้ำเปล่าตั้งไฟ ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมันหอย ซอสปรุงรส เกลือป่นและสีส้มแดง คนให้เข้ากันจึงใส่เนื้อหมูลงเคี่ยว ด้วยไฟปานกลางจนหมูสุกนิ่ม ตักเนื้อหมูพักบนกระชอนพอเย็น นำหมูฉีกเป็นเส้นฝอยๆ
3.นำกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย จากนั้นนำหมูที่ฉีกเป็นเส้นลงคั่วไฟอ่อน พอเหลืองกรอบตักขึ้น ผึ่งให้เย็น เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท จะทำให้หมูคงความกรอบ รับประทานกับข้าวเหนียวนึ่ง

ส่วนผสมของข้าวเหนียวนึ่งของข้าวเหนียวหมูฝอย

- ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม

วิธีทำข้าวเหนียวนึ่งของข้าวเหนียวหมูฝอย

- นำข้าวเหนียวแช่น้ำเปล่า 3-6 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับข้าวเหนียวใหม่หรือข้าวเหนียวเก่า) ซาวน้ำทิ้งล้างข้าวเหนียวให้สะอาด ทำไปใส่ในหวดไม้ หรือลังถึงปิดฝานึ่งนาน 30 นาที

สูตรอาหาร : ข้าวเหนียวหมูฝอย

ข้าวเหนียวหมูฝอย


ส่วนผสมของหมูฝอยของข้าวเหนียวหมูฝอย

- สะโพกหมู 1 1/2 กิโลกรัม
- ซีอิ๊วขาว 6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 3/4 ถ้วยตวง
- น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 7 1/2 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
- สีส้มแดงเล็กน้อย


วิธีทำหมูฝอยของข้าวเหนียวหมูฝอย

1.ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นเส้นยาว
2.นำน้ำเปล่าตั้งไฟ ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมันหอย ซอสปรุงรส เกลือป่นและสีส้มแดง คนให้เข้ากันจึงใส่เนื้อหมูลงเคี่ยว ด้วยไฟปานกลางจนหมูสุกนิ่ม ตักเนื้อหมูพักบนกระชอนพอเย็น นำหมูฉีกเป็นเส้นฝอยๆ
3.นำกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย จากนั้นนำหมูที่ฉีกเป็นเส้นลงคั่วไฟอ่อน พอเหลืองกรอบตักขึ้น ผึ่งให้เย็น เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท จะทำให้หมูคงความกรอบ รับประทานกับข้าวเหนียวนึ่ง

ส่วนผสมของข้าวเหนียวนึ่งของข้าวเหนียวหมูฝอย

- ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม

วิธีทำข้าวเหนียวนึ่งของข้าวเหนียวหมูฝอย

- นำข้าวเหนียวแช่น้ำเปล่า 3-6 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับข้าวเหนียวใหม่หรือข้าวเหนียวเก่า) ซาวน้ำทิ้งล้างข้าวเหนียวให้สะอาด ทำไปใส่ในหวดไม้ หรือลังถึงปิดฝานึ่งนาน 30 นาที



ส่วนผสมสำหรับหมักหมูแดง
- หมู 2 กิโลกรัม
- ต้นหอมล้างสะอาด 4-5 ต้น
- รากผักชีล้างสะอาดบุบพอแตก 3-4 ราก
- หอมแดงแกะเปลือกบุบพอแตก 2-3 หัว
- ขิงแก่ปลอกเปลือกบุบพอแตก 200 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 ถ้วยตวง
- เหล้าจีนสำหรับปรุงอาหาร หรือ เหล้าขาว 28 ดีกรี 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 500 กรัม
- สีส้มแดง 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1-2 ลิตร

วิธีทำเครื่องหมักหมูแดง
นำต้นหอม ขิงแก่ หอมแดง รากผักชี ต้มกับน้ำเปล่าจนเดือด 10 นาที จากนั้นจึงใส่เหล้าจีน น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และสีส้มแดงคให้ทุกอย่างเข้ากัน

วิธีหมักหมูแดง
นำเนื้อหมูที่ทำความสะอาดแล้วหมักลงไปโดยคลุกให้เข้ากันกับเครื่องหมัก กรณีที่เป็นซี่โครงหมูควรเลาะให้ขนาดพอเหมาะ คือปริมาณความกว้าง 2-2 1/2 นิ้ว ใช้เวลาหมัก 20-30 นาที จะให้นานกว่านี้ก็ได้ ยิ่งนานยิ่งได้รสชาติที่ดี เสร็จแล้วนำไปย่าง (อบ) ประมาณ 30 นาที อุณหภูมิประมาณ 120 องศาเซลเซียส เมื่อย่างเสร็จต้องนำไปเคลือบอีกครั้ง

ส่วนผสมน้ำเคลือบหมูแดง
- น้ำผึ่งอย่างดี 100 กรัม
- น้ำตาลทราย 500 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 100 กรัม
- แบะแซอย่างดี 1 กิโลกรัม
- น้ำเปล่า 1.2 ลิตร

วิธีทำน้ำเคลือบหมูแดง
ต้มน้ำเปล่าพอเดือดใส่น้ำตาลทรายและแบะแซลงก่อน พอละลายแล้วจึงเติมน้ำผึ้งและซีอิ๊วขาวพอทุกอย่างเข้ากัน

วิธีเคลือบหมูแดง
เมื่อได้หมูแดงแล้วนำน้ำเคลือบไปเคลือบด้วยการใช้ภาชนะตักราดให้ทั่ว เมื่อเคลือกเสร็จแล้วนำไปย่าง (อบ) อีกครั้งในอุณภูมิเท่าเดิมประมาณ 5 นาที จะได้หมูแดงรสชาติดี หมูแดงจะต้องดำรงเอกลักษณ์ของรสไว้ด้วยการเคลือบ เพราะจะทำให้รสออกหวานจากน้ำตาลทรายเล็กน้อย หอมน้ำผึ้ง เค็มซีอิ๊วขาว เงวและกรอบด้วยแบะแซ น้ำเคลือบนี้สามารถใช้เคลือบได้ไม่จำกัดปริมาณจนกว่าจะหมด

หมายเหตุ
น้ำราดและน้ำจิ้มดูได้จากสูตรข้าวหน้าเป็ด

สูตรอาหาร : ข้าวหมูแดง



ส่วนผสมสำหรับหมักหมูแดง
- หมู 2 กิโลกรัม
- ต้นหอมล้างสะอาด 4-5 ต้น
- รากผักชีล้างสะอาดบุบพอแตก 3-4 ราก
- หอมแดงแกะเปลือกบุบพอแตก 2-3 หัว
- ขิงแก่ปลอกเปลือกบุบพอแตก 200 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 ถ้วยตวง
- เหล้าจีนสำหรับปรุงอาหาร หรือ เหล้าขาว 28 ดีกรี 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 500 กรัม
- สีส้มแดง 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1-2 ลิตร

วิธีทำเครื่องหมักหมูแดง
นำต้นหอม ขิงแก่ หอมแดง รากผักชี ต้มกับน้ำเปล่าจนเดือด 10 นาที จากนั้นจึงใส่เหล้าจีน น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และสีส้มแดงคให้ทุกอย่างเข้ากัน

วิธีหมักหมูแดง
นำเนื้อหมูที่ทำความสะอาดแล้วหมักลงไปโดยคลุกให้เข้ากันกับเครื่องหมัก กรณีที่เป็นซี่โครงหมูควรเลาะให้ขนาดพอเหมาะ คือปริมาณความกว้าง 2-2 1/2 นิ้ว ใช้เวลาหมัก 20-30 นาที จะให้นานกว่านี้ก็ได้ ยิ่งนานยิ่งได้รสชาติที่ดี เสร็จแล้วนำไปย่าง (อบ) ประมาณ 30 นาที อุณหภูมิประมาณ 120 องศาเซลเซียส เมื่อย่างเสร็จต้องนำไปเคลือบอีกครั้ง

ส่วนผสมน้ำเคลือบหมูแดง
- น้ำผึ่งอย่างดี 100 กรัม
- น้ำตาลทราย 500 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 100 กรัม
- แบะแซอย่างดี 1 กิโลกรัม
- น้ำเปล่า 1.2 ลิตร

วิธีทำน้ำเคลือบหมูแดง
ต้มน้ำเปล่าพอเดือดใส่น้ำตาลทรายและแบะแซลงก่อน พอละลายแล้วจึงเติมน้ำผึ้งและซีอิ๊วขาวพอทุกอย่างเข้ากัน

วิธีเคลือบหมูแดง
เมื่อได้หมูแดงแล้วนำน้ำเคลือบไปเคลือบด้วยการใช้ภาชนะตักราดให้ทั่ว เมื่อเคลือกเสร็จแล้วนำไปย่าง (อบ) อีกครั้งในอุณภูมิเท่าเดิมประมาณ 5 นาที จะได้หมูแดงรสชาติดี หมูแดงจะต้องดำรงเอกลักษณ์ของรสไว้ด้วยการเคลือบ เพราะจะทำให้รสออกหวานจากน้ำตาลทรายเล็กน้อย หอมน้ำผึ้ง เค็มซีอิ๊วขาว เงวและกรอบด้วยแบะแซ น้ำเคลือบนี้สามารถใช้เคลือบได้ไม่จำกัดปริมาณจนกว่าจะหมด

หมายเหตุ
น้ำราดและน้ำจิ้มดูได้จากสูตรข้าวหน้าเป็ด



ใช้หมู 3 ชั้นเลือกให้เนื้อมากกว่ามัน ขนาดหนา 1/2 นิ้ว ยาว 8-10 นิ้ว ความกว้าง 2 1/2 - 3 นิ้ว จำนวน 1 กิโลกรัม โดยแล่เป็นชิ้นยาว นำไปล้างให้สะอาด แล้วต้มจนสุก จากนั้นใช้ส้อมหรือเหล็กแหลม ทิ้งเนื้อหมูแต่ละชิ้นให้ทั่ว เสร็จแล้วพักไว้

ส่วนผสมสำหรับเครื่องหมัก
- ซีอิ๊วขาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มายชูหรือน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเครื่องหมักหมูกรอบ
นำเครื่องหมักทั้งหมดผสมให้เข้ากัน นำหมูต้มสุกที่เตรียมไว้ลงคลุกในเครื่องหมักให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วนำหมูไปทอด ด้วยน้ำมันพืช ให้ใช้ไฟร้อนในช่วง 3 นาทีแรก หรือพอหมูหายเดือด จากนั้นใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ทอดต่ออีกราว 5 นาที เพื่อให้หมูกรอบนอก เนื้อในสุกและนุ่ม

ส่วนผสมน้ำราดหมูกรอบ
- น้ำซุปหมู 1 ลิตร
- ซีอิ๊วขาว 100 กรัม
- น้ำตาลปี๊บ 50 กรัม
- ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 6 ช้อนโต๊ะ
- โป๊ยกั๊กคั่วให้หอม 2 ดอก
- แป้งข้าวโพด
- แป้งมันสำปะหลังอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่วพอหอม 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำราดหมูกรอบ
นำน้ำซุปตั้งไฟใส่พริกไทยป่น ผงพะโล้ โป๊ยกั๊ก เคี่ยวให้เดือดแล้วหรี่ไฟลงจนเดือดปุดๆ เครื่องต่อไปอีก 15 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ นำน้ำที่กรองแล้วตั้งไฟอีกครั้ง ใส่น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และซอสมะเขือเทศ เคี่ยวต่อไปอีกราวๆ 5 นาทีด้วยไฟปานกลาง จากนั้นละลายแป้งข้าวโพดและแป้งมันสำปะหลังในน้ำเปล่าให้ข้น แล้วใส่ลงไปกับน้ำเครื่องปรุงทั้งหมด พร้อมทั้งงาขาวคั่ว คนให้เข้ากัน

- นำไปราดบนข้าวที่มีหมูกรอบหั่นชิ้น รับประทานคู่กับแตงกวาและต้นหอม

ส่วนผสมน้ำจิ้มข้าวหมูกรอบ
- พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นหยาบ 5-6 เม็ด
- ซีอิ๊วดำหวาน 1 ถ้วยตวง
- น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำน้ำจิ้นข้าวหมูกรอบ
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากัน

สูตรอาหาร : ข้าวหมูกรอบ




ใช้หมู 3 ชั้นเลือกให้เนื้อมากกว่ามัน ขนาดหนา 1/2 นิ้ว ยาว 8-10 นิ้ว ความกว้าง 2 1/2 - 3 นิ้ว จำนวน 1 กิโลกรัม โดยแล่เป็นชิ้นยาว นำไปล้างให้สะอาด แล้วต้มจนสุก จากนั้นใช้ส้อมหรือเหล็กแหลม ทิ้งเนื้อหมูแต่ละชิ้นให้ทั่ว เสร็จแล้วพักไว้

ส่วนผสมสำหรับเครื่องหมัก
- ซีอิ๊วขาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มายชูหรือน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเครื่องหมักหมูกรอบ
นำเครื่องหมักทั้งหมดผสมให้เข้ากัน นำหมูต้มสุกที่เตรียมไว้ลงคลุกในเครื่องหมักให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วนำหมูไปทอด ด้วยน้ำมันพืช ให้ใช้ไฟร้อนในช่วง 3 นาทีแรก หรือพอหมูหายเดือด จากนั้นใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ทอดต่ออีกราว 5 นาที เพื่อให้หมูกรอบนอก เนื้อในสุกและนุ่ม

ส่วนผสมน้ำราดหมูกรอบ
- น้ำซุปหมู 1 ลิตร
- ซีอิ๊วขาว 100 กรัม
- น้ำตาลปี๊บ 50 กรัม
- ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 6 ช้อนโต๊ะ
- โป๊ยกั๊กคั่วให้หอม 2 ดอก
- แป้งข้าวโพด
- แป้งมันสำปะหลังอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่วพอหอม 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำราดหมูกรอบ
นำน้ำซุปตั้งไฟใส่พริกไทยป่น ผงพะโล้ โป๊ยกั๊ก เคี่ยวให้เดือดแล้วหรี่ไฟลงจนเดือดปุดๆ เครื่องต่อไปอีก 15 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ นำน้ำที่กรองแล้วตั้งไฟอีกครั้ง ใส่น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และซอสมะเขือเทศ เคี่ยวต่อไปอีกราวๆ 5 นาทีด้วยไฟปานกลาง จากนั้นละลายแป้งข้าวโพดและแป้งมันสำปะหลังในน้ำเปล่าให้ข้น แล้วใส่ลงไปกับน้ำเครื่องปรุงทั้งหมด พร้อมทั้งงาขาวคั่ว คนให้เข้ากัน

- นำไปราดบนข้าวที่มีหมูกรอบหั่นชิ้น รับประทานคู่กับแตงกวาและต้นหอม

ส่วนผสมน้ำจิ้มข้าวหมูกรอบ
- พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นหยาบ 5-6 เม็ด
- ซีอิ๊วดำหวาน 1 ถ้วยตวง
- น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำน้ำจิ้นข้าวหมูกรอบ
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากัน


ส่วนผสมสำหรับหมักเป็ดของข้าวหน้าเป็ด
- เป็ดสด 1 ตัว
- ต้นหอมล้สงให้สะอาด 2-3 ต้น
- หอมแดงแกะเปลือกออกบุบพอแตก 2-3 หัว
- ตะไคร้ซอยหยาบ ตามแนวเฉียง 1 ต้น
- โป๊ยกี๊ก 2 ดอก
- อบเชยขนาดยาวประมาณ 2 นิ้ว 2-3 ชิ้น
- กระเทียมไทย (ถ้าเป็นกระเทียมจีบกลีบใหญ่ใช้ 5-6 กลีบ)
- น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีหมักเป็ดของข้าวหน้าเป็ด
นำเครื่องหมักทั้งหมดคลุกเคล้ารวมๆกัน แล้วนำไปยัดในท้องเป็ดที่จัดเตรียมไว้ โดยยัดจากช่องท้อง ที่ผ่าด้านล่างตัวเป็ด อยู่เหนือก้นเป็ดเล็กน้อย จากนั้นจัดการเย้บจุดที่ยัดเครื่องหมัก โดยการใช้เหล็กเย็บไขว้ไปไขว้มา ช่วงที่สลับ ให้ปลายเหล็กแหลม ไขว้เกยด้านบนของปากแผล เมื่อเย็บไขว้ไปจนปากแผลสนิท ให้ดันปลายเหล็กแหลม ฝังเข้าเนื้อเป็ดที่ที่ติดกับกระดูกสันหลัง อกด้านล่างของตัวเป็ด เหล็กแหลมที่ใช้จะมีความยาว 4-5 นิ้วขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1/16 นิ้ว หรือ 1.5 มม. จากนั้นนำเป็ดไปลวกในน้ำเดือเพื่อให้หนังตึง

ส่วนผสมสำหรับตกแต่งสีเป็ด
- แบะเซ 500 กรัม
- น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
- สีผสมอาหารสีส้มแดงละลายน้ำ 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปราดบนตัวเป็ดจนทั่ว ราดซ้ำอีกประมาณ 3-4 ครั้ง แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้งสนิท จึงนำไปแขวนในตู้อบอุณหภูมิประมาณ 120-125 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาที

ส่วนผสมน้ำราดเป็ด
- ถั่วลิสงคั่วบดละเอียด 100 กรัม
- รากผักชีบุบพอแตก 2-3 ราก
- ใบมะกรูดฉีกใบ 2-3 ใบ
- ตะไคร้บุบพอแตก 1 ต้น
- โป๊บกั๊ก 2 ดอก
- อบเชยขนาด 2 นิ้ว
- ใบกระวาน 3-4 ใบ
- ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- น้ำเปล่า 1.5 ลิตร

วิธีทำ
นำน้ำเปล่าตั้งไฟ ใ่ส่รากผักชี ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบกระวานอบเชย โป๊บกั๊ก และผงพะโล้ จนน้ำงวดเหลือประมาณ 1.2 ลิจร ตักเครื่องเทศออกกรองเอาแต่น้ำ เคี่ยวต่อและปรุงรสด้วยน้ำมันหอย และน้ำตาลทราย ใส่ถั่วลิสงคั่วบดเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำข้นดี

ส่วนผสมน้ำจิ้มเป็ดย่าง
- พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นหยาบ 5-6 เม็ด
- ซีอิ๊วดำหวาน 1 ถ้วยตวง
- น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้ากัน

วิธีจัดเสิร์ฟ
นำเป็ดย่างสุกแล่เป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำ จัดวางบนข้าวสวย ราดด้วยน้ำราด รับประทานคู่กับขิงดองและน้ำจิ้ม

สูตรอาหาร : ข้าวหน้าเป็ด



ส่วนผสมสำหรับหมักเป็ดของข้าวหน้าเป็ด
- เป็ดสด 1 ตัว
- ต้นหอมล้สงให้สะอาด 2-3 ต้น
- หอมแดงแกะเปลือกออกบุบพอแตก 2-3 หัว
- ตะไคร้ซอยหยาบ ตามแนวเฉียง 1 ต้น
- โป๊ยกี๊ก 2 ดอก
- อบเชยขนาดยาวประมาณ 2 นิ้ว 2-3 ชิ้น
- กระเทียมไทย (ถ้าเป็นกระเทียมจีบกลีบใหญ่ใช้ 5-6 กลีบ)
- น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีหมักเป็ดของข้าวหน้าเป็ด
นำเครื่องหมักทั้งหมดคลุกเคล้ารวมๆกัน แล้วนำไปยัดในท้องเป็ดที่จัดเตรียมไว้ โดยยัดจากช่องท้อง ที่ผ่าด้านล่างตัวเป็ด อยู่เหนือก้นเป็ดเล็กน้อย จากนั้นจัดการเย้บจุดที่ยัดเครื่องหมัก โดยการใช้เหล็กเย็บไขว้ไปไขว้มา ช่วงที่สลับ ให้ปลายเหล็กแหลม ไขว้เกยด้านบนของปากแผล เมื่อเย็บไขว้ไปจนปากแผลสนิท ให้ดันปลายเหล็กแหลม ฝังเข้าเนื้อเป็ดที่ที่ติดกับกระดูกสันหลัง อกด้านล่างของตัวเป็ด เหล็กแหลมที่ใช้จะมีความยาว 4-5 นิ้วขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1/16 นิ้ว หรือ 1.5 มม. จากนั้นนำเป็ดไปลวกในน้ำเดือเพื่อให้หนังตึง

ส่วนผสมสำหรับตกแต่งสีเป็ด
- แบะเซ 500 กรัม
- น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
- สีผสมอาหารสีส้มแดงละลายน้ำ 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปราดบนตัวเป็ดจนทั่ว ราดซ้ำอีกประมาณ 3-4 ครั้ง แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้งสนิท จึงนำไปแขวนในตู้อบอุณหภูมิประมาณ 120-125 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาที

ส่วนผสมน้ำราดเป็ด
- ถั่วลิสงคั่วบดละเอียด 100 กรัม
- รากผักชีบุบพอแตก 2-3 ราก
- ใบมะกรูดฉีกใบ 2-3 ใบ
- ตะไคร้บุบพอแตก 1 ต้น
- โป๊บกั๊ก 2 ดอก
- อบเชยขนาด 2 นิ้ว
- ใบกระวาน 3-4 ใบ
- ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- น้ำเปล่า 1.5 ลิตร

วิธีทำ
นำน้ำเปล่าตั้งไฟ ใ่ส่รากผักชี ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบกระวานอบเชย โป๊บกั๊ก และผงพะโล้ จนน้ำงวดเหลือประมาณ 1.2 ลิจร ตักเครื่องเทศออกกรองเอาแต่น้ำ เคี่ยวต่อและปรุงรสด้วยน้ำมันหอย และน้ำตาลทราย ใส่ถั่วลิสงคั่วบดเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำข้นดี

ส่วนผสมน้ำจิ้มเป็ดย่าง
- พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นหยาบ 5-6 เม็ด
- ซีอิ๊วดำหวาน 1 ถ้วยตวง
- น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้ากัน

วิธีจัดเสิร์ฟ
นำเป็ดย่างสุกแล่เป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำ จัดวางบนข้าวสวย ราดด้วยน้ำราด รับประทานคู่กับขิงดองและน้ำจิ้ม



ส่วนผสมข้าวมันของข้าวมันไก่ทอด

- ข้าวสาร 1 กิโลกรัม
- ข้าวเหนียว 100 กรัม
- น้ำซุปไก่ 6 ถ้วยตวง
- กระเทียมสับ 2-3 ช้อนโต๊ะ
- หนังไก่ 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำข้าวมันของข้าวมันไก่ทอด

1.ซาวข้าวสารและข้าวเหนียวให้สะอาด ลงขึ้นพักไว้ให้สะอาด
2.หั่นหนังไก่เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปทอดโดยไม่ต้องใช้น้ำมันด้วยไฟอ่อน จนเป็นสีเหลืองและน้ำมันออกหมด
3.ใส่กระเทียมลงเจียวให้หอม จากนั้นใส่ข้าวลงผัดให้ทั่ว นำข้าวเทใส่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เติมน้ำซุป กดสวิตหุงจนกระทั่งข้าวสุก

ส่วนผสมไก่ทอดของข้าวมันไก่ทอด

- น่องไก่หรือ สะโพกไก่ 1 กิโลกรัม
- ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 1 ช้อนชา
- แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตวง
- หัวกะทิคั้นข้นๆ 1 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำปูนใส 1 ถ้วงตวง
- ไข่แดง 1 ฟอง
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
- แตงกวา

วิธีทำไก่ทอดของข้าวมันไก่ทอด

1.ล้างไก่ให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2.ผสมซีอิ๊วขาวและพริกไทยป่นให้เข้ากัน นำมาหมักกับไก่ ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง
3. ผสมแป้งทั้งสามชนิดและเกลือป่นให้เข้ากัน ใส่ไข่แดงลงไปเติมหัวกะทิ นวดจนนิ่มมือแล้วจึงใส่น้ำปูนใส ถ้าข้มมากเกินไปเติมน้ำเปล่าได้เล็กน้อย
4.นำกระทะตั้งไฟให้แรงสุด เมื่อเฆ้นว่าร้อนดีลดไฟลง นำไก่ชุบลงในแป้ง จากนั้นนำลงทอดจนเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็กน้ำมัน
5.ตักข้าวมันใส่จาน จากนั้นสับไก่เป็นชิ้น ขนาดพอคำ จัดไว้ด้านข้างของจาน หั่นแตงกวาเป็นชิ้นๆ จัดลงจานรับประทานคู่กับน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้ม ข้าวมันไก่ทอด

- พริกชี้ฟ้าสีแดง 3 เม็ด
- กระเทียมดอง 1 หัว
- กระเทียมสด 4 กลีบ
- น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนชา

วิธีทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ทอด

1.เคี่ยวน้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และเกลือป่นให้ข้น
2.โขลกพริกชี้ฟ้า กระเทียมสดและกระเทียมดองให้ละเอียด ใส่ลงในส่วนผสมที่เคี่ยวได้ที่แล้ว ชิมรสให้ได้เปลี้ยวอมหวาน

สูตรอาหาร : ข้าวมันไก่ทอด




ส่วนผสมข้าวมันของข้าวมันไก่ทอด

- ข้าวสาร 1 กิโลกรัม
- ข้าวเหนียว 100 กรัม
- น้ำซุปไก่ 6 ถ้วยตวง
- กระเทียมสับ 2-3 ช้อนโต๊ะ
- หนังไก่ 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำข้าวมันของข้าวมันไก่ทอด

1.ซาวข้าวสารและข้าวเหนียวให้สะอาด ลงขึ้นพักไว้ให้สะอาด
2.หั่นหนังไก่เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปทอดโดยไม่ต้องใช้น้ำมันด้วยไฟอ่อน จนเป็นสีเหลืองและน้ำมันออกหมด
3.ใส่กระเทียมลงเจียวให้หอม จากนั้นใส่ข้าวลงผัดให้ทั่ว นำข้าวเทใส่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เติมน้ำซุป กดสวิตหุงจนกระทั่งข้าวสุก

ส่วนผสมไก่ทอดของข้าวมันไก่ทอด

- น่องไก่หรือ สะโพกไก่ 1 กิโลกรัม
- ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 1 ช้อนชา
- แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตวง
- หัวกะทิคั้นข้นๆ 1 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำปูนใส 1 ถ้วงตวง
- ไข่แดง 1 ฟอง
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
- แตงกวา

วิธีทำไก่ทอดของข้าวมันไก่ทอด

1.ล้างไก่ให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2.ผสมซีอิ๊วขาวและพริกไทยป่นให้เข้ากัน นำมาหมักกับไก่ ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง
3. ผสมแป้งทั้งสามชนิดและเกลือป่นให้เข้ากัน ใส่ไข่แดงลงไปเติมหัวกะทิ นวดจนนิ่มมือแล้วจึงใส่น้ำปูนใส ถ้าข้มมากเกินไปเติมน้ำเปล่าได้เล็กน้อย
4.นำกระทะตั้งไฟให้แรงสุด เมื่อเฆ้นว่าร้อนดีลดไฟลง นำไก่ชุบลงในแป้ง จากนั้นนำลงทอดจนเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็กน้ำมัน
5.ตักข้าวมันใส่จาน จากนั้นสับไก่เป็นชิ้น ขนาดพอคำ จัดไว้ด้านข้างของจาน หั่นแตงกวาเป็นชิ้นๆ จัดลงจานรับประทานคู่กับน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้ม ข้าวมันไก่ทอด

- พริกชี้ฟ้าสีแดง 3 เม็ด
- กระเทียมดอง 1 หัว
- กระเทียมสด 4 กลีบ
- น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนชา

วิธีทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ทอด

1.เคี่ยวน้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และเกลือป่นให้ข้น
2.โขลกพริกชี้ฟ้า กระเทียมสดและกระเทียมดองให้ละเอียด ใส่ลงในส่วนผสมที่เคี่ยวได้ที่แล้ว ชิมรสให้ได้เปลี้ยวอมหวาน


ส่วนผสมข้าว ของ ข้าวมันไก่

- ข้าวหอมมะลิ 1 กิโลกรัม
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันไก่ 10 ช้อนโต๊ะ
- ขิงหั่นแว่นทุบพอแตก 50 กรัม
- น้ำเปล่า 5 3/4 ถ้วยตวง
- ข้าวเหนียว 150 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมทุบทั้งเปลือง 20 กรัม
- ใบเตย 3 - 4 ใบ
- ผงซุบไก่

วิธีทำข้าว ของข้าวมันไก่

1.ตั้งน้ำเปล่าให้เดือด ใส่ผงซุปไก่ คนละลายพักไว้
2.ผสมข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวให้เข้ากัน ซาว 1 ครั้ง ใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำ
3.ตั้งกระทะใส่น้ำมันไก่พอร้อน ใส่กระเทียมและขิงลงเจียวสักครู่ ใส่ข้าวปรุงรสด้วยเกลือป่น ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่หม้อ ใส่น้ำซุปและใบเตย หุงจนข้าวสุก

ส่วนผสมน้ำต้มไก่ของข้าวมันไก่

- ไก่ 1 ตัว
- พริกไทยเม็ดบุบหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงแก่ 100 กรัม
- ฮั่วซัว 2-4 ชิ้น
- น้ำเปล่า
- เกลือป่น 6 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียบทุบ 30 กรัม
- เก๋ากี้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 10 ราก

วิธีทำน้ำต้มไก่ของข้าวมันไก่

นำเครื่องเทศทุกอย่างห่อด้วยผ้าขาวบาง มันให้แน่นใส่ลงในหม้อน้ำเปล่า ใส่เกลือป่น พอเดือดนำไก่ลงต้มจนสุก ตักขึ้นแขวนไก่ให้สะเด็ดน้ำ นำมาสับเป็นชิ้น รับประทานคู่กับข้าวและน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำซุปของข้าวมันไก่

- โครงไก่ 1 โครง
- รากผักชีบุบ 7 ราก
- พริกไทยเม็ดบุบ 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ใบเตย 5-6 ใบ
- ฟักหั่นเป็นชิ้น 500 กรัม
- น้ำเปล่า 20 ถ้วยตวง
- กระเทียมบุบ 15 กลีบ
- เก๋ากี้ 2 ช้อนโต๊ะ
- มะนาวดอง 2 ลูก
- น้ำตาลกรวด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำซุปข้าวมันไก่

1.ห่อรากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ด เก๋ากี้ ด้วยผ้าขาวบางให้แน่น พักไว้
2.ใส่น้ำเปล่า โครงไก่ ใบเตย และห่อผ้าขาวบางในข้อที่ 1 ยกขึ้นตั้งไฟ ปรุงรสด้วยเกลือป่นและน้ำตาลกรวด พอเดือดหรี่ไฟลง
3. เมื่อรสชาติเข้ากันได้ดีแล้ว ใส่มะนาวดวงและฟัก ชิมรสอีกครั้งตามชอบ

ส่วมผสมของน้ำจิ้มข้าวมันไก่

- น้ำตาลปี๊บ 75 กรัม
- น้ำเปล่า 120 กรัม
- ขิงแก่ 150 กรัม
- ซีอิ๊วดำหวาน 40 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 150 กรัม
- กระเทียม 50 กรัม
- น้ำกระเทียมดอง 50 กรัม
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- ใบเตย 10 กรัม
- พริกสดสีแดง 80 กรัม
- น้ำส้มสายชู 220 กรัม
- เต้าเจี้ยว 170 กรัม
- กระเทียมดอง 20 กรัม

วิธีทำน้ำจิ้มของข้าวมันไก่

1.เคี่ยวน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย น้ำเปล่า และใบเตย ใช้ไฟอ่อนๆ จนมีลักษณะเหนียวตักใบเตบออก ยกส่วนผสมขึ้นพักไว้
2.ปั่นขิงแก่ พริกสด เต้าเจี้ยว กระเทียม กระเทียมดอง (ฉีกเป็นกลับไม่เอาก้าน) น้ำกระเทียมดอง ซีอิ๊วดำหวาน น้ำส้มสายชูและซีอิ๋วขาวให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับข้อที่ 1
3.เมื่อจะรับประทาน ผสมน้ำซุปลงในน้ำจิ้ม เพื่อให้น้ำจิ้มใส (ปริมาณน้ำซุปแล้วแต่ชอบ) ถ้าจะเก็บน้ำจิ้มไว้นานๆไม่ต้องเติมน้ำซุป ให้เก็บน้ำจิ้มไว้ในตู้เย็น

สูตรอาหาร : ข้าวมันไก่



ส่วนผสมข้าว ของ ข้าวมันไก่

- ข้าวหอมมะลิ 1 กิโลกรัม
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันไก่ 10 ช้อนโต๊ะ
- ขิงหั่นแว่นทุบพอแตก 50 กรัม
- น้ำเปล่า 5 3/4 ถ้วยตวง
- ข้าวเหนียว 150 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมทุบทั้งเปลือง 20 กรัม
- ใบเตย 3 - 4 ใบ
- ผงซุบไก่

วิธีทำข้าว ของข้าวมันไก่

1.ตั้งน้ำเปล่าให้เดือด ใส่ผงซุปไก่ คนละลายพักไว้
2.ผสมข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวให้เข้ากัน ซาว 1 ครั้ง ใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำ
3.ตั้งกระทะใส่น้ำมันไก่พอร้อน ใส่กระเทียมและขิงลงเจียวสักครู่ ใส่ข้าวปรุงรสด้วยเกลือป่น ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่หม้อ ใส่น้ำซุปและใบเตย หุงจนข้าวสุก

ส่วนผสมน้ำต้มไก่ของข้าวมันไก่

- ไก่ 1 ตัว
- พริกไทยเม็ดบุบหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงแก่ 100 กรัม
- ฮั่วซัว 2-4 ชิ้น
- น้ำเปล่า
- เกลือป่น 6 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียบทุบ 30 กรัม
- เก๋ากี้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 10 ราก

วิธีทำน้ำต้มไก่ของข้าวมันไก่

นำเครื่องเทศทุกอย่างห่อด้วยผ้าขาวบาง มันให้แน่นใส่ลงในหม้อน้ำเปล่า ใส่เกลือป่น พอเดือดนำไก่ลงต้มจนสุก ตักขึ้นแขวนไก่ให้สะเด็ดน้ำ นำมาสับเป็นชิ้น รับประทานคู่กับข้าวและน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำซุปของข้าวมันไก่

- โครงไก่ 1 โครง
- รากผักชีบุบ 7 ราก
- พริกไทยเม็ดบุบ 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ใบเตย 5-6 ใบ
- ฟักหั่นเป็นชิ้น 500 กรัม
- น้ำเปล่า 20 ถ้วยตวง
- กระเทียมบุบ 15 กลีบ
- เก๋ากี้ 2 ช้อนโต๊ะ
- มะนาวดอง 2 ลูก
- น้ำตาลกรวด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำซุปข้าวมันไก่

1.ห่อรากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ด เก๋ากี้ ด้วยผ้าขาวบางให้แน่น พักไว้
2.ใส่น้ำเปล่า โครงไก่ ใบเตย และห่อผ้าขาวบางในข้อที่ 1 ยกขึ้นตั้งไฟ ปรุงรสด้วยเกลือป่นและน้ำตาลกรวด พอเดือดหรี่ไฟลง
3. เมื่อรสชาติเข้ากันได้ดีแล้ว ใส่มะนาวดวงและฟัก ชิมรสอีกครั้งตามชอบ

ส่วมผสมของน้ำจิ้มข้าวมันไก่

- น้ำตาลปี๊บ 75 กรัม
- น้ำเปล่า 120 กรัม
- ขิงแก่ 150 กรัม
- ซีอิ๊วดำหวาน 40 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 150 กรัม
- กระเทียม 50 กรัม
- น้ำกระเทียมดอง 50 กรัม
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- ใบเตย 10 กรัม
- พริกสดสีแดง 80 กรัม
- น้ำส้มสายชู 220 กรัม
- เต้าเจี้ยว 170 กรัม
- กระเทียมดอง 20 กรัม

วิธีทำน้ำจิ้มของข้าวมันไก่

1.เคี่ยวน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย น้ำเปล่า และใบเตย ใช้ไฟอ่อนๆ จนมีลักษณะเหนียวตักใบเตบออก ยกส่วนผสมขึ้นพักไว้
2.ปั่นขิงแก่ พริกสด เต้าเจี้ยว กระเทียม กระเทียมดอง (ฉีกเป็นกลับไม่เอาก้าน) น้ำกระเทียมดอง ซีอิ๊วดำหวาน น้ำส้มสายชูและซีอิ๋วขาวให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับข้อที่ 1
3.เมื่อจะรับประทาน ผสมน้ำซุปลงในน้ำจิ้ม เพื่อให้น้ำจิ้มใส (ปริมาณน้ำซุปแล้วแต่ชอบ) ถ้าจะเก็บน้ำจิ้มไว้นานๆไม่ต้องเติมน้ำซุป ให้เก็บน้ำจิ้มไว้ในตู้เย็น
ยำข้าวทอดแหนมสด


ส่วนผสม ข้าวทอดแหนมสด

- ข้าวทอด 80-100 กรัม 1 ชิ้น
- แหนมสด 50 กรัม
- หนังหมู 60 กรัม
- ขิงซอย 8 - 10 กรัม
- ถั่วลิสง 20 กรัม
- หอมแดงซอย 20 กรัม
- ผักชี/ต้นหอมซอย 20 กรัม
- พริกป่น 2 ช้อนชา
- น้ำปลา 2 ช้อนชา
- น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- ผักสด เชน ใบชะพลู ผักกาดหอม กะหล่ำปลี
- พริกขี้หนูทอด สำหรับโรยหน้า


วิธีทำ ข้าวทอดแหนมสด

1.นำแหนมสดและข้าวทอดมาบี้เป็นชิ้นเล็กๆ
2.ใส่หนังหมู ถั่วลิสง และขิงซอยลงไปคลุกให้เข้ากัน
3.ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลทราย น้ำปลา และ พริกป่น ใส่หอมแดง ผักชีและต้นหอมซอย จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง
4.ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูทอด เสิร์ฟพร้อมกับผักสดตามชอบ

ส่วนผสมของข้าวทอด
- ข้าวสวย 4 ถ้วยตวง
- น้ำผริกแกงเผ็ด 40 กรัม
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูดซอย 3-5 ใบ
- แป้งทอดกรอบ 70 กรัม
- น้ำเปล่า 150 มิลลิกรัม
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำข้าวทอด
1. นำข้าวสวยร้อนๆ มาคลุกกันน้ำพริกแกงเผ็ดจนเข้ากันดี โดยสังเกตุดูว่าไม่มีน้ำพริกแกงจับตัวเป็นก้อน
2. ปรุงรสด้วยเกลือป่นและน้ำตาลทราย ชินรสดูให้มีรสเค็มนำ
3. ใส่ใบมะกรูดซอยลงไปในส่วนผสม และคลุกเคล้าให้ทั่วอีกครั้ง
4. ปั้นส่วนผสมข้าวให้เป็นก้อน หนักก้อนละประมาณ 80-100 กรัม พักไว้
5. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเปล่้า ให้เข้ากันดีไม่จับตัวเป็นก้อน
6. นำข้าวที่ปั้มไว้ชุบลงในส่วนผสมแป้ง จากนั้นจึงนำไปทอดในน้ำมันพืชไฟปานกลาง จนกระทั่งข้าวทอดมีสีน้ำตาลทองและกรอบดีแล้วจึงตักขึ้น มาพักให้สะเด็ดน้ำมันเตรียมไว้สำหรับยำ

หมายเหตุ
- สูตรนี้ใช้ข้าวทอดประมาณ 6 ชิ้น
- ถ้าต้องการให้ข้าวทอดที่ได้กรอบนานมากขึ้น ให้เปลี่ยนจากน้ำเปล่าในส่วนผสมแป้งชุบทอดเป็นน้ำปูนใส

สูตรอาหาร : ยำข้าวทอดแหนมสด

ยำข้าวทอดแหนมสด


ส่วนผสม ข้าวทอดแหนมสด

- ข้าวทอด 80-100 กรัม 1 ชิ้น
- แหนมสด 50 กรัม
- หนังหมู 60 กรัม
- ขิงซอย 8 - 10 กรัม
- ถั่วลิสง 20 กรัม
- หอมแดงซอย 20 กรัม
- ผักชี/ต้นหอมซอย 20 กรัม
- พริกป่น 2 ช้อนชา
- น้ำปลา 2 ช้อนชา
- น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
- ผักสด เชน ใบชะพลู ผักกาดหอม กะหล่ำปลี
- พริกขี้หนูทอด สำหรับโรยหน้า


วิธีทำ ข้าวทอดแหนมสด

1.นำแหนมสดและข้าวทอดมาบี้เป็นชิ้นเล็กๆ
2.ใส่หนังหมู ถั่วลิสง และขิงซอยลงไปคลุกให้เข้ากัน
3.ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลทราย น้ำปลา และ พริกป่น ใส่หอมแดง ผักชีและต้นหอมซอย จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง
4.ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูทอด เสิร์ฟพร้อมกับผักสดตามชอบ

ส่วนผสมของข้าวทอด
- ข้าวสวย 4 ถ้วยตวง
- น้ำผริกแกงเผ็ด 40 กรัม
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูดซอย 3-5 ใบ
- แป้งทอดกรอบ 70 กรัม
- น้ำเปล่า 150 มิลลิกรัม
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำข้าวทอด
1. นำข้าวสวยร้อนๆ มาคลุกกันน้ำพริกแกงเผ็ดจนเข้ากันดี โดยสังเกตุดูว่าไม่มีน้ำพริกแกงจับตัวเป็นก้อน
2. ปรุงรสด้วยเกลือป่นและน้ำตาลทราย ชินรสดูให้มีรสเค็มนำ
3. ใส่ใบมะกรูดซอยลงไปในส่วนผสม และคลุกเคล้าให้ทั่วอีกครั้ง
4. ปั้นส่วนผสมข้าวให้เป็นก้อน หนักก้อนละประมาณ 80-100 กรัม พักไว้
5. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเปล่้า ให้เข้ากันดีไม่จับตัวเป็นก้อน
6. นำข้าวที่ปั้มไว้ชุบลงในส่วนผสมแป้ง จากนั้นจึงนำไปทอดในน้ำมันพืชไฟปานกลาง จนกระทั่งข้าวทอดมีสีน้ำตาลทองและกรอบดีแล้วจึงตักขึ้น มาพักให้สะเด็ดน้ำมันเตรียมไว้สำหรับยำ

หมายเหตุ
- สูตรนี้ใช้ข้าวทอดประมาณ 6 ชิ้น
- ถ้าต้องการให้ข้าวทอดที่ได้กรอบนานมากขึ้น ให้เปลี่ยนจากน้ำเปล่าในส่วนผสมแป้งชุบทอดเป็นน้ำปูนใส


ส่วนผสมของข้าวคลุกกะปิ

- ข้าวสวย 5 ถ้วยตวง
- ไข่เจียวบางๆหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ
- กะปิอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
- มะม่วงซอย 1/2 ถ้วยตวง
- พริกขี้หนูซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งแห้งทอดกรอบ 1/4 ถ้วยตวง
- หมูหวาน 1 ถ้วยตวง
- กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง
- ผักสด เช่น แตงกวา ต้นหอม
- น้ำเปล่าเล็กน้อย

วิธีทำ ข้าวคลุกกะปิ

1.ใส่น้ำมันพืชในกระทะพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวให้เหลือง ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น น้ำมันพืชที่เหลือในกระทะ ใส่กะปิผัดลงให้หอม เติมน้ำเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กะปิเป็นก้อน
2.ใส่ข้าวสวยลงคลุก ผัดให้เข้ากัน ชิมรส
3.ตักข้าวคลุกกะปิใส่จาน โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว หอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย มะม่วงซอย กุ้งแห้งทอด ไข่เจียวหั่นฝอย หมูหวาน รับประทานกับผักต่างๆ เช่นต้นหอม แตงกวา

ส่วนผสมหมูหวาน ของข้าวคลุกกะปิ

- เนื้อหมูหั่นชิ้นพอคำ 200 กรัม
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1/4 ถ้วยตัวง
- น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโตีะ
- ซีอิ๊วดำ 1/8 ช้อนชา

วิธีทำหมูหวานของข้าวคลุกกะปิ

ใส่น้ำมันพืชลงกระทะพอร้อน ใส่หอมแดงลงเจียวพอเหลือง ใส่เนื้อหมูลงผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และน้ำตาลมะพร้าว ใส่น้ำเปล่า เคี่ยวไฟอ่อนจนหมูนุ่ม น้ำข้นเล็กน้อย

หมายเหตุ**

- การทำไข่ฝอยของข้าวคลุกกะปิ ต่อยไข่ใส่ชาม ใช้ซ่อมตีพอเข้ากัน ตั้งกระทะให้พอร้อน ทาน้ำมันให้ทั่วกระทะ พอน้ำมันร้อน เทไข่ใส่ลงในกระทะ กรอกไข่ให้เป็นแผ่นยางๆ พอสุก ตักขึ้นม้วนไข่ให้กลม แล้วหั่นฝอย
- การทำกุ้งแห้งกรอบ ของข้าวคลุกกะปิ ใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่กุ้งแห้งลงทอดพอกรอบ ตั้งขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ทิ้งไว้ให้เย็น กุ้งแห้งจะมีลักษณะกรอบ

สูตรอาหาร : ข้่าวคลุกกะปิ



ส่วนผสมของข้าวคลุกกะปิ

- ข้าวสวย 5 ถ้วยตวง
- ไข่เจียวบางๆหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ
- กะปิอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
- มะม่วงซอย 1/2 ถ้วยตวง
- พริกขี้หนูซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งแห้งทอดกรอบ 1/4 ถ้วยตวง
- หมูหวาน 1 ถ้วยตวง
- กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง
- ผักสด เช่น แตงกวา ต้นหอม
- น้ำเปล่าเล็กน้อย

วิธีทำ ข้าวคลุกกะปิ

1.ใส่น้ำมันพืชในกระทะพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวให้เหลือง ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น น้ำมันพืชที่เหลือในกระทะ ใส่กะปิผัดลงให้หอม เติมน้ำเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กะปิเป็นก้อน
2.ใส่ข้าวสวยลงคลุก ผัดให้เข้ากัน ชิมรส
3.ตักข้าวคลุกกะปิใส่จาน โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว หอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย มะม่วงซอย กุ้งแห้งทอด ไข่เจียวหั่นฝอย หมูหวาน รับประทานกับผักต่างๆ เช่นต้นหอม แตงกวา

ส่วนผสมหมูหวาน ของข้าวคลุกกะปิ

- เนื้อหมูหั่นชิ้นพอคำ 200 กรัม
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1/4 ถ้วยตัวง
- น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโตีะ
- ซีอิ๊วดำ 1/8 ช้อนชา

วิธีทำหมูหวานของข้าวคลุกกะปิ

ใส่น้ำมันพืชลงกระทะพอร้อน ใส่หอมแดงลงเจียวพอเหลือง ใส่เนื้อหมูลงผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และน้ำตาลมะพร้าว ใส่น้ำเปล่า เคี่ยวไฟอ่อนจนหมูนุ่ม น้ำข้นเล็กน้อย

หมายเหตุ**

- การทำไข่ฝอยของข้าวคลุกกะปิ ต่อยไข่ใส่ชาม ใช้ซ่อมตีพอเข้ากัน ตั้งกระทะให้พอร้อน ทาน้ำมันให้ทั่วกระทะ พอน้ำมันร้อน เทไข่ใส่ลงในกระทะ กรอกไข่ให้เป็นแผ่นยางๆ พอสุก ตักขึ้นม้วนไข่ให้กลม แล้วหั่นฝอย
- การทำกุ้งแห้งกรอบ ของข้าวคลุกกะปิ ใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่กุ้งแห้งลงทอดพอกรอบ ตั้งขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ทิ้งไว้ให้เย็น กุ้งแห้งจะมีลักษณะกรอบ
ข้าวเกรียบปากหม้อ


ส่วนผสมแป้งของข้าวเกรียบปากหม้อ
- แป้งข้าวเจ้า 2 1/4 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหบัง 3 ช้อนโต๊ะ
- แป้งเท้ายายม่อม 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง


วิธีทำแป้งของข้าวเกรียบปากหม้อ
1. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกัน ค่อยๆใส่น้ำเปล่าคนจนแป้งเป็นเนื้อเดียวกัน กรองด้วยกระชอนตาละเอียด พักไว้
2. ตักแป้งละเลงบางๆ ให้เป็นแผ่นกลม ปิดฝา พอแป้งสุกตักไส้ใส่แล้วพับ ตับขึ้นพรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว รับประทานกับผักสดตามชอบ

ส่วนผสมของไส้ข้าวเกรียบปากหม้อ
- เนื้อหมูสับละเอียด 200 กรัม
- รากผักชีหั่นละเอียด 5-6 ราก
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมปอกเปลือก 10 กรัม
- หอมแดงปอกเปลือกสับละเอียด 150 กรัม
- หัวไช้โป๊เค็มสับละเอียด คั้นน้ำให้หายเค็ม 320 กรัม
- ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 3/4 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช
- กระเทียมเจียว
- ผักกาดหอม
- ผักชี
- พริกขี้หนู
- ใบตอง

วิธีทำไส้ของข้าวเกรียบปากหม้อ
1. โขลกรากผักชี กระเทียม และ พริกไทยป่น ให้ละเอียด
2. นำน้ำมันพืชใส่กระทะพอร้อน ใส่ส่วนผสมในข้อ 2 ลงผัดจนหอม ใส่หอมแดงลงผัดพอสุก ใส่เนื้อหมูสับ ใส่หัวไช้โป๊ ผัดพอเข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือป่นและน้ำปลา ผัดจนแห้งเหนียวเล็กน้อย ปิดไฟ ใส่ถั่วลิสง คลุกเคล้าพอเข้ากัน

สูตรอาหาร : ข้าวเกรียบปากหม้อ

ข้าวเกรียบปากหม้อ


ส่วนผสมแป้งของข้าวเกรียบปากหม้อ
- แป้งข้าวเจ้า 2 1/4 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหบัง 3 ช้อนโต๊ะ
- แป้งเท้ายายม่อม 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง


วิธีทำแป้งของข้าวเกรียบปากหม้อ
1. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกัน ค่อยๆใส่น้ำเปล่าคนจนแป้งเป็นเนื้อเดียวกัน กรองด้วยกระชอนตาละเอียด พักไว้
2. ตักแป้งละเลงบางๆ ให้เป็นแผ่นกลม ปิดฝา พอแป้งสุกตักไส้ใส่แล้วพับ ตับขึ้นพรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว รับประทานกับผักสดตามชอบ

ส่วนผสมของไส้ข้าวเกรียบปากหม้อ
- เนื้อหมูสับละเอียด 200 กรัม
- รากผักชีหั่นละเอียด 5-6 ราก
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมปอกเปลือก 10 กรัม
- หอมแดงปอกเปลือกสับละเอียด 150 กรัม
- หัวไช้โป๊เค็มสับละเอียด คั้นน้ำให้หายเค็ม 320 กรัม
- ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 3/4 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช
- กระเทียมเจียว
- ผักกาดหอม
- ผักชี
- พริกขี้หนู
- ใบตอง

วิธีทำไส้ของข้าวเกรียบปากหม้อ
1. โขลกรากผักชี กระเทียม และ พริกไทยป่น ให้ละเอียด
2. นำน้ำมันพืชใส่กระทะพอร้อน ใส่ส่วนผสมในข้อ 2 ลงผัดจนหอม ใส่หอมแดงลงผัดพอสุก ใส่เนื้อหมูสับ ใส่หัวไช้โป๊ ผัดพอเข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือป่นและน้ำปลา ผัดจนแห้งเหนียวเล็กน้อย ปิดไฟ ใส่ถั่วลิสง คลุกเคล้าพอเข้ากัน


ส่วนผสมของขนมหัวผักกาด
- แป้งข้าวเจ้า 2 1/4 ถ้วยตวง
- แป้งเท้ายายม่อม 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
- หัวไช้เท้าหรือหัวผักกาดขาวขูดฝอก 250 กรัม
- กุ้งแห้ง 3/4 ถ้วยตวง
- ถั่วลิสงต้มเืปื่อย 1/2 ถ้วยตวง
- เห็ดหอมแช่น้ำ 3/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำขนมหัวผักกาด
1.ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งเท้ายายม่อมเข้าด้วยกัน ใส่น้ำเปล่าลงนวดทีละน้อยจนหมดทั้ง 2 ถ้วยตวง พักไว้
2. ผสมหัวไช้เท้า กุ้งแห้ง ถั่วลิสง เห็ดหอมและเกลือป่น ลงในแป้งที่เตรียมไว้พอเข้ากัน
3. นำส่วนผสมในข้อ 2 ใส่ลงถาด ทาด้วยน้ำมันพืชเล็กน้อย นึ่งในน้ำเดือด 25 นาที หรือจนสุก นำออกจากลังถึง พักไว้ให้เย็น จึงตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ

ส่วนผสมในการผัดขนมหัวผักกาด
- ขนมหัวผักกาด
- กระเทียม
- น้ำมันพืช
- ซีอิ๊วขาว
- ซีอิ๊วหวาน
- ถั่วงอก
- ใบกุยช่าย
- พริกไทยป่น
- ไข่ไก่

วิธีผัดขนมหัวผักกาด
1. นำขนมหัวผักกาดลงทอดในน้ำมันพืชพอเหลือง ตักพักไว้
2. ใส่กระเทียมสับลงผัดกับน้ำมันพืช หอหอม ใส่ขนมผักกาดลงผัด จากนั้น ใส่ไข่ไก่ผัดพอเข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและซีอิ๊วหวาน ชิมรสตามใจชอบ ใส่ถัวงอกและใบกุยช่ายลงผัดพอสุก ตักใส่จาน โรยพริกไทยป่น รับประทานคู่กับพริกน้ำส้มหรือซอสพริก

สูตรอาหาร : ขนมหัวผักกาด



ส่วนผสมของขนมหัวผักกาด
- แป้งข้าวเจ้า 2 1/4 ถ้วยตวง
- แป้งเท้ายายม่อม 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
- หัวไช้เท้าหรือหัวผักกาดขาวขูดฝอก 250 กรัม
- กุ้งแห้ง 3/4 ถ้วยตวง
- ถั่วลิสงต้มเืปื่อย 1/2 ถ้วยตวง
- เห็ดหอมแช่น้ำ 3/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำขนมหัวผักกาด
1.ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งเท้ายายม่อมเข้าด้วยกัน ใส่น้ำเปล่าลงนวดทีละน้อยจนหมดทั้ง 2 ถ้วยตวง พักไว้
2. ผสมหัวไช้เท้า กุ้งแห้ง ถั่วลิสง เห็ดหอมและเกลือป่น ลงในแป้งที่เตรียมไว้พอเข้ากัน
3. นำส่วนผสมในข้อ 2 ใส่ลงถาด ทาด้วยน้ำมันพืชเล็กน้อย นึ่งในน้ำเดือด 25 นาที หรือจนสุก นำออกจากลังถึง พักไว้ให้เย็น จึงตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ

ส่วนผสมในการผัดขนมหัวผักกาด
- ขนมหัวผักกาด
- กระเทียม
- น้ำมันพืช
- ซีอิ๊วขาว
- ซีอิ๊วหวาน
- ถั่วงอก
- ใบกุยช่าย
- พริกไทยป่น
- ไข่ไก่

วิธีผัดขนมหัวผักกาด
1. นำขนมหัวผักกาดลงทอดในน้ำมันพืชพอเหลือง ตักพักไว้
2. ใส่กระเทียมสับลงผัดกับน้ำมันพืช หอหอม ใส่ขนมผักกาดลงผัด จากนั้น ใส่ไข่ไก่ผัดพอเข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและซีอิ๊วหวาน ชิมรสตามใจชอบ ใส่ถัวงอกและใบกุยช่ายลงผัดพอสุก ตักใส่จาน โรยพริกไทยป่น รับประทานคู่กับพริกน้ำส้มหรือซอสพริก
ขนมจีบกุ้ง



ส่วนผสมของขนมจีบกุ้ง

- กุ้งสับหยาบ 100 กรัม
- กุ้งหั่นชิ้น 200 กรัม
- เนื้อหมูสันนอก 300 กรัม
- มันหมูแข็งหันชิ้นสี่เหลี่ยม 300 กรัม
- รากผักชี 8 ราก
- กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
- พริกไทยป่น 3/4 ช้อนชา
- แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น (เกลือไทย) 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ผงชูรส 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- แผ่นเกี๊ยว
- กระเทียมเจียว
- ซอสเปรี้ยว (จิ๊กโฉ่)
- ไข่เค็ม (เฉพาะไข่แดงสำหรับตกแต่ง)




วิธีทำขนมจีบกุ้ง

1.ปอกเปลือกกุ้งชักเส้นดำออกส่วนหนึ่ง สับพอหยาบ อีกส่วยหนึ่งหั่นชิ้นเล็ก แช่ให้เย็นจัด
2.โลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยป่น ให้ละเอียด พักไว้
3. บกเนื้อหมูกับมันหมูแข็ง 50 กรัมรวมกันพอละเอียดแช่ให้เย็นจัด
4.ผสมเนื้อหมูสับกับกุ้งสับหยาบ มันหมูที่เหลือ แป้งข้าวโพด เครื่องที่โขลกไว้ เกลือป่น น้ำตาลทราย และผงชูรสให้เข้ากัน นวดจนส่วนผสมเหนียว แล้วจึงใส่กุ้งหันชิ้น ใส่น้ำมันงาผสมให้เข้ากัน
5.ตักส่วนผสมลงบนแผนเกี๋ยว จับจีบให้สวยงาม
6.เรียงขนมจีบที่ได้ลงในลังถึง พรมด้วยน้ำเปล่าให้ทั่ว นึ่งไฟแรงประมาณ 10 นาทีพอสุก ยกลง ตกแต่งด้วยไข่เค็ม เสิีร์ฟคู่กับกระเทียมเจียวและซอสเปรี้ยว


สูตรอาหาร : ขนมจีบกุ้ง

ขนมจีบกุ้ง



ส่วนผสมของขนมจีบกุ้ง

- กุ้งสับหยาบ 100 กรัม
- กุ้งหั่นชิ้น 200 กรัม
- เนื้อหมูสันนอก 300 กรัม
- มันหมูแข็งหันชิ้นสี่เหลี่ยม 300 กรัม
- รากผักชี 8 ราก
- กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
- พริกไทยป่น 3/4 ช้อนชา
- แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วยตวง
- เกลือป่น (เกลือไทย) 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ผงชูรส 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- แผ่นเกี๊ยว
- กระเทียมเจียว
- ซอสเปรี้ยว (จิ๊กโฉ่)
- ไข่เค็ม (เฉพาะไข่แดงสำหรับตกแต่ง)




วิธีทำขนมจีบกุ้ง

1.ปอกเปลือกกุ้งชักเส้นดำออกส่วนหนึ่ง สับพอหยาบ อีกส่วยหนึ่งหั่นชิ้นเล็ก แช่ให้เย็นจัด
2.โลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยป่น ให้ละเอียด พักไว้
3. บกเนื้อหมูกับมันหมูแข็ง 50 กรัมรวมกันพอละเอียดแช่ให้เย็นจัด
4.ผสมเนื้อหมูสับกับกุ้งสับหยาบ มันหมูที่เหลือ แป้งข้าวโพด เครื่องที่โขลกไว้ เกลือป่น น้ำตาลทราย และผงชูรสให้เข้ากัน นวดจนส่วนผสมเหนียว แล้วจึงใส่กุ้งหันชิ้น ใส่น้ำมันงาผสมให้เข้ากัน
5.ตักส่วนผสมลงบนแผนเกี๋ยว จับจีบให้สวยงาม
6.เรียงขนมจีบที่ได้ลงในลังถึง พรมด้วยน้ำเปล่าให้ทั่ว นึ่งไฟแรงประมาณ 10 นาทีพอสุก ยกลง ตกแต่งด้วยไข่เค็ม เสิีร์ฟคู่กับกระเทียมเจียวและซอสเปรี้ยว





ส่วนผสมของเนื้อขนมครก
- แป้งข้าวเจ้า (ใช้ข้าวขาวธรรมดาอย่างดี) 500 กรัม
- หางกะทิสด 2.5 กิโลกรัม
- น้ำตาลปิ๊บ (น้ำตาลมะพร้าว) 2 ช้อนโต๊ะ

วิทีทำเนื้อขนมครก
1.นำแป้งข้าวเจ้าเทลงภาชนะ ค่อยเติมหางกะทิเบื้องต้นประมาณ 200 มิลลิลิตร คนแป้งกับหางกะทิให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไปให้ค่อยเติม และนวดจนกว่าเนื้อแป้งทั้งหมดจะเป็นก้อน มีความนิ่มของเนื้อแป้งและหางกะทิพอประมาณ จากนั้นตักแบ่งออกไว้ต่างหาก 2 ช้อนโต๊ะ
2. นำแป้งที่เหลือนวดเข้ากับน้ำตาลปี๊บ และพรมหางกะทิลงไปพร้อมๆกัน แล้วค่อยๆนวดเนื้อแป้งเข้ากับน้ำตาลปี๊บและหางกะทิให้เป็นเนื้อเดียวกัน พร้อมหยอดเป็นเนื้อขนมครก


ส่วนผสมของหน้าขนมครก
- แป้งขนมครบที่นวดและแบ่งไว้ในส่วนที่ 1 จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิสด 1 กิโลกรัม
- น่ำตาลทราย 300 กรัม
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหน้าขนมครก
นำเนื้อที่แบ่งไว้ใส่ลงในภาชนะแล้วละลายให้เข้ากับหัวกะทิ พร้อมใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่น คนให้ส่วนผสมละลายจนเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนผสมนี้ใช้เป็นหน้าขนมครก


วิธีหยอดขนมครก
ติดไำฟใส่เตา (ใช้เตาถ่านจนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง พอ ๆ กับเบ้านขนมครก) เมื่อถ่านในเตาติดไฟจนแดงหมดทุกก้อน (ควรใช้ถ่านก้อนเล็กๆ) นำเบ้าขนมครกตั้งบนเตา ใช้ลูกประคบ ชุบน้ำมันหมูเช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้า จนควันขึ้นอ่อนๆ นำลงจากเตาแล้วนำขี้เถ้า แล้วให้นำขี้เถ้าโรยบนเตา จนไม่เห็นก้อนถ่านจนทั่ว นำเบ้าขนมครกตั้งไฟอีกครั้ง เช็ดน้ำมันออกจนเบ้าสะอาด แต่ยังมีน้ำมันเกาะอยู่ในเบ้า พอร้อนได้ที่ตักเนื้อขนมครกส่วนแรกหยดลงในเบ้า ก่อนตัก ให้คนเนื้อขนมครกที่เป็นแป้ง ละลายหางกะทิเสียก่อน เพราะเนื้อแป้งอาจนอนก้น การหยอดให้หยอดลงไป 3 ใน 5 ของเบ้า จากนั้นหยอดส่วนที่เป็นหน้าขนทครกอีก 2 ใน 5 หรือจนเต็มพอดีกับเบ้าขนมครก เสร็จแล้วปิดฟา คอยจนเนื้อขนมสุก แต่ถ้าต้องการใส่หน้าต่างๆ เช่น ต้นหอม ข้าวโพด มันต้ม เผือกต้ม ฝอยทอง หรืออื่นๆ ให้หยอดหลังจากหยอดเนื้อที่เป็นหน้าขนมครกส่วนที่ 2 นี้เอง

สูตรอาหาร : ขนมครก สูตรแป้งสำเร็จรูป




ส่วนผสมของเนื้อขนมครก
- แป้งข้าวเจ้า (ใช้ข้าวขาวธรรมดาอย่างดี) 500 กรัม
- หางกะทิสด 2.5 กิโลกรัม
- น้ำตาลปิ๊บ (น้ำตาลมะพร้าว) 2 ช้อนโต๊ะ

วิทีทำเนื้อขนมครก
1.นำแป้งข้าวเจ้าเทลงภาชนะ ค่อยเติมหางกะทิเบื้องต้นประมาณ 200 มิลลิลิตร คนแป้งกับหางกะทิให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไปให้ค่อยเติม และนวดจนกว่าเนื้อแป้งทั้งหมดจะเป็นก้อน มีความนิ่มของเนื้อแป้งและหางกะทิพอประมาณ จากนั้นตักแบ่งออกไว้ต่างหาก 2 ช้อนโต๊ะ
2. นำแป้งที่เหลือนวดเข้ากับน้ำตาลปี๊บ และพรมหางกะทิลงไปพร้อมๆกัน แล้วค่อยๆนวดเนื้อแป้งเข้ากับน้ำตาลปี๊บและหางกะทิให้เป็นเนื้อเดียวกัน พร้อมหยอดเป็นเนื้อขนมครก


ส่วนผสมของหน้าขนมครก
- แป้งขนมครบที่นวดและแบ่งไว้ในส่วนที่ 1 จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิสด 1 กิโลกรัม
- น่ำตาลทราย 300 กรัม
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหน้าขนมครก
นำเนื้อที่แบ่งไว้ใส่ลงในภาชนะแล้วละลายให้เข้ากับหัวกะทิ พร้อมใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่น คนให้ส่วนผสมละลายจนเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนผสมนี้ใช้เป็นหน้าขนมครก


วิธีหยอดขนมครก
ติดไำฟใส่เตา (ใช้เตาถ่านจนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง พอ ๆ กับเบ้านขนมครก) เมื่อถ่านในเตาติดไฟจนแดงหมดทุกก้อน (ควรใช้ถ่านก้อนเล็กๆ) นำเบ้าขนมครกตั้งบนเตา ใช้ลูกประคบ ชุบน้ำมันหมูเช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้า จนควันขึ้นอ่อนๆ นำลงจากเตาแล้วนำขี้เถ้า แล้วให้นำขี้เถ้าโรยบนเตา จนไม่เห็นก้อนถ่านจนทั่ว นำเบ้าขนมครกตั้งไฟอีกครั้ง เช็ดน้ำมันออกจนเบ้าสะอาด แต่ยังมีน้ำมันเกาะอยู่ในเบ้า พอร้อนได้ที่ตักเนื้อขนมครกส่วนแรกหยดลงในเบ้า ก่อนตัก ให้คนเนื้อขนมครกที่เป็นแป้ง ละลายหางกะทิเสียก่อน เพราะเนื้อแป้งอาจนอนก้น การหยอดให้หยอดลงไป 3 ใน 5 ของเบ้า จากนั้นหยอดส่วนที่เป็นหน้าขนทครกอีก 2 ใน 5 หรือจนเต็มพอดีกับเบ้าขนมครก เสร็จแล้วปิดฟา คอยจนเนื้อขนมสุก แต่ถ้าต้องการใส่หน้าต่างๆ เช่น ต้นหอม ข้าวโพด มันต้ม เผือกต้ม ฝอยทอง หรืออื่นๆ ให้หยอดหลังจากหยอดเนื้อที่เป็นหน้าขนมครกส่วนที่ 2 นี้เอง



ส่วนผสมขนมกุยช่ายแบบถาด
- แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
- แป้งเท้ายายม่อม 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 2 3/4 ถ้วยตวง
- ต้นกุยช่าย 450 กรัม
- เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- เบคกิ้งโซดา 1 1/2 ช้อนชา

วิธีทำขนมกุยช่ายแบบถาด
1.ล้างต้นกุยช่ายให้สะอาดแล้วผึ่งให้แห้ง หรือพอหมาดๆ หั่นให้มีชนาด 1/2 - 1 เซนติเมตร (ใช้เฉพาะใบกุยช่าย) แล้วเคล้าด้วยเบคกิ้งโซดา พอให้ใบกุยช่ายช่ำ
2. นำน้ำมันพืช น้ำเปล่า เกลือป่น และน้ำตาลทราย คนพอส่วนผสมละลาย พักไว้
3.ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวเหนียว และแป้งเท้ายายม่อม ใส่ส่วนผสมในข้อ 2 นวดจนเข้ากัน ใส่ใบกุยช่าย
4.นำส่วนผสมกุยช่ายตั้งไฟกวนพอสุก ตักใส่ถาดนำไปนึ่ง 25-30 นาทีหรือจนสุกรับประทานคู่น้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้มกุยช่ายแบบถาด
- พริกชี้ฟ้าสีแดงโขลก 2 เม็ด
- ซีอิ๊วดำ 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำส้มสายชู 1 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้มกุยช่ายแบบถาด
ผสมทุกอย่างรวมกัน (ยกเว้นพริกชี้ฟ้า) นำไปตั้งไฟพอเดือด ยกลงพักไว้ให้เย็น รับประทานกับขนมกุยช่าย

สูตรอาหาร : ขนมกุยช่ายแบบถาด



ส่วนผสมขนมกุยช่ายแบบถาด
- แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
- แป้งเท้ายายม่อม 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 2 3/4 ถ้วยตวง
- ต้นกุยช่าย 450 กรัม
- เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- เบคกิ้งโซดา 1 1/2 ช้อนชา

วิธีทำขนมกุยช่ายแบบถาด
1.ล้างต้นกุยช่ายให้สะอาดแล้วผึ่งให้แห้ง หรือพอหมาดๆ หั่นให้มีชนาด 1/2 - 1 เซนติเมตร (ใช้เฉพาะใบกุยช่าย) แล้วเคล้าด้วยเบคกิ้งโซดา พอให้ใบกุยช่ายช่ำ
2. นำน้ำมันพืช น้ำเปล่า เกลือป่น และน้ำตาลทราย คนพอส่วนผสมละลาย พักไว้
3.ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวเหนียว และแป้งเท้ายายม่อม ใส่ส่วนผสมในข้อ 2 นวดจนเข้ากัน ใส่ใบกุยช่าย
4.นำส่วนผสมกุยช่ายตั้งไฟกวนพอสุก ตักใส่ถาดนำไปนึ่ง 25-30 นาทีหรือจนสุกรับประทานคู่น้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้มกุยช่ายแบบถาด
- พริกชี้ฟ้าสีแดงโขลก 2 เม็ด
- ซีอิ๊วดำ 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำส้มสายชู 1 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้มกุยช่ายแบบถาด
ผสมทุกอย่างรวมกัน (ยกเว้นพริกชี้ฟ้า) นำไปตั้งไฟพอเดือด ยกลงพักไว้ให้เย็น รับประทานกับขนมกุยช่าย


ส่วนผสมแป้งกุยช่าย
- แป้งข้าวเจ้า 2 1/2 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตัว
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 3 1/2 ถ้วยตวง
แป้งมันสำปะหลัง (สำหรับทำนวล)

วิธีทำแป้งกุยช่าย
ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวเหนียว น้ำมันพืช และน้ำเปลาเข้าด้วยกัน นำไปกวนจนแป้งสุกล่อนออกจากขอบกระทะ นวดกับแป้งมันสำปะหลัง (สำหรับทำนวลจนเหนียว)นุ่ม

วิธีห่อใส้ กุยช่าย
คลึงแป้งเป็นแท่งยาว เส้นผ่าศุนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 นิ้ว ใช้ไม่คลึงแป้งให้เป็นแผ่นบาง ตักไส้ใส่ตรงกลาง จีบแป้งให้มิดใส้ นำไปนึงไฟแรงประมาณ 5 นาที ยกลงพรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว

ส่วนผสมไส้กุยช่าย
ต้นกุยช่าย 500 กรัม
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำไส้กุยช่าย
1.นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วพักไว้
2.ตั้งกระทะไฟแรงพอร้อนจัด นำส่วนผสมลงผัดพอผักสลด นำขึ้นใส่ตะแกรงพักไว้

ส่วนผสม กุยช่ายไส้เผือก
- เผือกหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมยาวประมาณ 1 เซนติเมตร 500 กรัม
- กุ้งแห้งแช่น้ำเปล่าพอนุ่ม 50 กรัม
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับผัด 1/4 ถ้วยตวง
- พริกไทยป่น 1 1/2 ช้อนชา

วิธีทำไส้เผือกของกุยช่าย
1.นำน้ำมันพืชใส่กระทะตั้งไฟ พอน้พร้อนใส่กระเทียมเจียวพอหอมและเหลือง
2.ใส่เผือกลงไปผัด ใส่น้ำเปล่าพอท่วมเผือกเพื่อให้เผือกสุก ใส่กุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และพริกป่น ชิมรส ผัดพอเผือกสุก ยกลง พักไว้ให้เย็น

ส่วนผสมกุยช่ายไส้หน่อไม้
- หน่อไม้ไผ่ตงดงหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 300 กรัม
- กุ้งแห้งแช่น้ำเปล่าพอนุ่ม 30 กรัม
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1 1/4 ช้อนชา
- เกลือป่นไทย 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำกุยช่ายไส้หน่อไม้
1.นำหน่อไม้ไปต้มในน้ำเดือ เติมเกลือป่นเล็กน้อยนานประมาณ 5 นาที ล้างให้สะอาดผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2.นำน้ำมันพืชใส่กระทะตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมเจียวลงพอเหลือง ใส่หน่อไม้และกุ้งแห้งลงไปผัด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม เกลือป่น และพริกไทยป่น ชิมรส เมื่อรสดีแล้วตักขึ้นพักไว้ให้เย็น

สูตรอาหาร : ขนมกุยช่าย



ส่วนผสมแป้งกุยช่าย
- แป้งข้าวเจ้า 2 1/2 ถ้วยตวง
- แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตัว
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 3 1/2 ถ้วยตวง
แป้งมันสำปะหลัง (สำหรับทำนวล)

วิธีทำแป้งกุยช่าย
ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวเหนียว น้ำมันพืช และน้ำเปลาเข้าด้วยกัน นำไปกวนจนแป้งสุกล่อนออกจากขอบกระทะ นวดกับแป้งมันสำปะหลัง (สำหรับทำนวลจนเหนียว)นุ่ม

วิธีห่อใส้ กุยช่าย
คลึงแป้งเป็นแท่งยาว เส้นผ่าศุนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 นิ้ว ใช้ไม่คลึงแป้งให้เป็นแผ่นบาง ตักไส้ใส่ตรงกลาง จีบแป้งให้มิดใส้ นำไปนึงไฟแรงประมาณ 5 นาที ยกลงพรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว

ส่วนผสมไส้กุยช่าย
ต้นกุยช่าย 500 กรัม
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำไส้กุยช่าย
1.นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วพักไว้
2.ตั้งกระทะไฟแรงพอร้อนจัด นำส่วนผสมลงผัดพอผักสลด นำขึ้นใส่ตะแกรงพักไว้

ส่วนผสม กุยช่ายไส้เผือก
- เผือกหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมยาวประมาณ 1 เซนติเมตร 500 กรัม
- กุ้งแห้งแช่น้ำเปล่าพอนุ่ม 50 กรัม
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับผัด 1/4 ถ้วยตวง
- พริกไทยป่น 1 1/2 ช้อนชา

วิธีทำไส้เผือกของกุยช่าย
1.นำน้ำมันพืชใส่กระทะตั้งไฟ พอน้พร้อนใส่กระเทียมเจียวพอหอมและเหลือง
2.ใส่เผือกลงไปผัด ใส่น้ำเปล่าพอท่วมเผือกเพื่อให้เผือกสุก ใส่กุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และพริกป่น ชิมรส ผัดพอเผือกสุก ยกลง พักไว้ให้เย็น

ส่วนผสมกุยช่ายไส้หน่อไม้
- หน่อไม้ไผ่ตงดงหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 300 กรัม
- กุ้งแห้งแช่น้ำเปล่าพอนุ่ม 30 กรัม
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1 1/4 ช้อนชา
- เกลือป่นไทย 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำกุยช่ายไส้หน่อไม้
1.นำหน่อไม้ไปต้มในน้ำเดือ เติมเกลือป่นเล็กน้อยนานประมาณ 5 นาที ล้างให้สะอาดผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2.นำน้ำมันพืชใส่กระทะตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมเจียวลงพอเหลือง ใส่หน่อไม้และกุ้งแห้งลงไปผัด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม เกลือป่น และพริกไทยป่น ชิมรส เมื่อรสดีแล้วตักขึ้นพักไว้ให้เย็น